“อนุทิน” มอบนโยบายบิ๊กมท.-ผู้ว่าฯ ย้ำเปลี่ยนผ่านการทำงานจาก “เยียวยา” เป็น “ป้องกัน” สั่งเตรียมพร้อมรับมือวิกฤต 4 ด้าน“ไทยช่วยไทย พลัส”การใช้มาตรการงบฯฐานศูนย์ ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย มุ่งเป้า Net Zero
‘อนุทิน’ สั่งมหาดไทยเชิงรุก ดัน ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ปั๊มเศรษฐกิจฐานราก พร้อมรื้อระบบงบฯ ปี 70 สู่ Zero-Based
“อนุทิน” มอบนโยบายบิ๊กมท.-ผู้ว่าฯ ย้ำเปลี่ยนผ่านการทำงานจาก “เยียวยา” เป็น “ป้องกัน” สั่งเตรียมพร้อมรับมือวิกฤต 4 ด้าน โดยเฉพาะมาตรการเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย พลัส” การใช้มาตรการงบประมาณฐานศูนย์ ตัดรายจ่ายฟุ่มเฟือย มุ่งเป้า Net Zero - เข้าถึงสวัสดิการรัฐอย่างทั่วถึง
ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย พร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการแก่ผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
นายอนุทินกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ทั้งด้านการบริหารสาธารณภัย ความมั่นคง และการพัฒนาในทุกมิติ โดยย้ำว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกหลักในการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมีบทบาทสำคัญในการนำนโยบายรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินงานเชิงรุกอย่างเร่งด่วน สอดรับนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69 โดยต้องเร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในระยะต่อไป
นายอนุทินระบุว่า แนวทางการทำงานจะต้องเปลี่ยนจากการเน้น “เยียวยา” ไปสู่ “การป้องกัน” อย่างเป็นระบบ ผ่านการพัฒนาสาธารณูปโภค การบังคับใช้กฎหมาย และการบริหารจัดการในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องสามารถตัดสินใจและบริหารสถานการณ์ได้ทันที ไม่รอคำสั่งจากส่วนกลาง พร้อมจัดกลุ่มภารกิจตาม 4 วิกฤตหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ ความมั่นคง สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การสนับสนุนเป็นไปอย่างตรงจุด
ในประเด็นการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่เป็น “Single Command” บริหารจัดการแบบเบ็ดเสร็จ บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมใช้เทคโนโลยีติดตามจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด
ขณะเดียวกัน ได้เน้นย้ำการเตรียมความพร้อมรับมือวาตภัยและพายุฤดูร้อน โดยให้จังหวัดวางแผนบริหารจัดการน้ำ ป้องกันสิ่งกีดขวางทางน้ำ และลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในพื้นที่ พร้อมกำชับรัฐวิสาหกิจในสังกัดให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต โดยถือเป็นภารกิจเพื่อสังคม (CSR) ที่ต้องให้ความสำคัญเหนือผลกำไร
สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ควบคู่การดูแลความมั่นคงและการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ สร้างความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมแก่ประชาชน
ด้านการรับมือวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง นายอนุทินกล่าวชื่นชมการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดที่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับให้เดินหน้ามาตรการประหยัดพลังงานและป้องกันการกักตุนอย่างต่อเนื่อง
ในมิติเศรษฐกิจ ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนวยความสะดวกประชาชนเข้าถึงมาตรการของรัฐ อาทิ โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” และบัตรสวัสดิการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้แนวคิด Zero-Based Budgeting ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ
ช่วงท้าย นายอนุทินย้ำให้บุคลากรกระทรวงมหาดไทยทำงานเป็นหนึ่งเดียว โดยมองกันในฐานะ “เพื่อนร่วมงาน” ไม่มีลำดับชั้นเหนือกว่า เน้นการสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันปฏิบัติภารกิจ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชนอย่างเต็มกำลัง