GC เดินหน้าปรับสมดุลพอร์ต เพิ่มสัดส่วนธุรกิจ Specialty Chemicals ชู allnex China Hub เป็นฐานยุทธศาสตร์เชื่อมตลาด นวัตกรรมระดับโลก มองแนวโน้มครึ่งหลังยังดี รักษาระดับการผลิตต่อเนื่อง
นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าสร้างการเติบโตบทใหม่ผ่านการปรับสมดุลพอร์ตธุรกิจ จากฐานธุรกิจปิโตรเคมีที่แข็งแกร่งสู่การเพิ่มสัดส่วนธุรกิจเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemicals) ผ่าน allnex ผู้นำระดับโลกด้านสารเคลือบผิว (Coating Resins) และสารเติมแต่ง (Additives) ในภูมิภาคสำคัญ โดยเฉพาะ allnex China Hub, India Hub และ Southeast Asia Hub โดยตั้งเป้าหมายกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จากธุรกิจกลุ่ม Specialty มากขึ้นจากปัจจุบันสัดส่วนอยู่ที่ 15-20% เพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายใน 4-5 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ GC เปิดให้เห็นศักยภาพของ allnex China Hub ในเมืองเจียซิง ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานการผลิตที่มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มากที่สุดในเครือข่าย allnex ทั่วโลก ขณะที่ประเทศจีนถือเป็นตลาดสารเคลือบผิวสำหรับอุตสาหกรรม (Industrial Coating Resins) ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นตลาดที่ allnex ดำเนินธุรกิจมาเกือบ 30 ปี
ปัจจุบัน allnex มีฐานการผลิต 6 แห่งในประเทศจีน โดยปริมาณการขายเติบโตจากประมาณ 98,000 ตันในปี 2562 เป็น 144,000 ตัน ในปี 2567 หรือเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี และมากกว่า 90% เป็นการจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในประเทศจีน รองรับความต้องการของอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่ยานยนต์ โลหะอุตสาหกรรม บรรจุภัณฑ์ และอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า แผงโซลาร์เซลล์ และพลังงานลม
สำหรับ allnex China Hub จึงไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิต แต่เป็นฐานยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงตลาด เทคโนโลยี นวัตกรรม และเครือข่ายความเชี่ยวชาญของ allnex เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตามประเทศจีนในวันนี้ไม่ใช่เพียงตลาดขนาดใหญ่ แต่กำลังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่กำหนดทิศทางของเทคโนโลยี นวัตกรรม และการแข่งขันของอุตสาหกรรมในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของ allnex ที่มุ่งสร้างการเติบโตจาก Specialty Chemicals และ high-value applications ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและความเข้าใจลูกค้าในระดับสูง
นอกจากนี้เมื่อพูดถึงการเติบโตบทใหม่ของ GC บริษัทไม่ได้มองเพียงการเพิ่มสัดส่วน Specialty Chemicals แต่ต้องทำให้ธุรกิจที่บริษัทมีอยู่สามารถสร้างศักยภาพได้อย่างเต็มที่ วันนี้ allnex แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่ชัดเจน โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 มีผลการดำเนินงานดีกว่าแผน จากการยกระดับประสิทธิภาพ ลดต้นทุน บริหารพอร์ตไปสู่เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมีความได้เปรียบ และมุ่งสู่ตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต ความหลากหลายของเทคโนโลยีและ end markets ที่เข้าได้กับหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในปัจจุบันและอนาคต
สำหรับ allnex China Hub เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ทำให้บริษัทเห็นภาพของ Growth Engine นี้ได้ครบที่สุด ทั้งขนาดและความหลากหลายของตลาด ความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ศักยภาพของบุคลากรที่มีทั้งความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคและความเข้าใจลูกค้า ตลอดจน R&D ฐานการผลิต และเครือข่ายลูกค้าที่เชื่อมโยงกับตลาดโลก allnex China Hub จึงเป็นแพลตฟอร์มที่นำความสามารถเหล่านี้มาทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตระยะต่อไปของ allnex
นายณะรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน allnex ในประเทศไทย ก็ได้นำเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญจากเครือข่าย allnex ระดับโลก มาต่อยอดกับขีดความสามารถด้านการผลิตในประเทศไทย โดยตัดสินใจลงทุนขยายกำลังการผลิต Sagging Control Agent (SCA) เทคโนโลยีป้องกันสีไหลย้อย ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ซึ่งจะเป็นฐานการผลิต SCA แห่งแรกของ allnex นอกทวีปยุโรป และช่วยรองรับการใช้งานผลิตภัณฑ์ Specialty ที่ต้องการสมรรถนะสูง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง PTTGC และ allnex ยังช่วยขยายผลขีดความสามารถของ PTTGC และฐานธุรกิจในประเทศไทย ผ่านการเรียนรู้องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ Specialty Chemicals ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับกลยุทธ์ MTP Transformation ของ PTTGC ที่มุ่งยกระดับมาบตาพุดสู่ศูนย์กลางธุรกิจเคมีภัณฑ์มูลค่าสูงและคาร์บอนต่ำของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่ายังอยู่ในระดับที่ดี จากการรักษาระดับปริมาณการผลิตให้ใกล้เคียงกับช่วงครึ่งปีแรก ขณะเดียวกันบริษัทยังได้รับผลบวกจากซัพพลายใหม่ที่เข้ามาในตลาดยังอยู่ในปริมาณจำกัด เนื่องจากบางโรงงานเลื่อนการเปิดเดินเครื่องออกไป นอกจากนี้รายได้ปีนึ้ของ allnex คาดว่าจะเติบโตขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 7.6 หมื่นล้านบาท จากมาร์จิ้นที่ดีขึ้นและวอลุ่มโตขึ้น โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้วอลุ่มของ allnex เติบโต 5% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
ปัจจุบันโรงกลั่นของ GC เดินเครื่องอยู่ที่ระดับ 90% จากเดิมจะเดิน 100% ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบจากนโยบายห้ามส่งออกน้ำมันของภาครัฐ ทำให้ไม่มีถังเก็บสต็อกน้ำมันได้อีก แต่ก็ไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างปิโตรเคมี เนื่องจากบริษัทมีการนำเข้าโพรเพน และ LPG มาใช้เป็นวัตถุดิบเพิ่มเติม