เจาะลึกวิกฤตรถไฟเหาะ “ทองคำโลก” สัญญาณพักฐานใหญ่ หรือ สิ้นสุดยุคขาขึ้น?

เจาะลึกวิกฤตรถไฟเหาะ “ทองคำโลก” สัญญาณพักฐานใหญ่ หรือ สิ้นสุดยุคขาขึ้น?
ราคาทองคำดิ่งหนัก! รับวิกฤตหลังสถาบันการเงินโลกหั่นเป้าลง 25% ฟากกูรูแนะปรับพอร์ต "Asset Allocation" รับมือสภาวะผันผวน

ตลาดทองคำทั่วโลกกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ หลังจากที่เพิ่งทะยานทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไปเมื่อช่วงต้นปี 2569 ทว่าล่าสุด บรรยากาศการลงทุนพลิกกลับมาตึงเครียดและผันผวนอย่างรุนแรงทันที เมื่อสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ระดับโลกพากันออกมาปรับลดเป้าหมายราคาเฉลี่ย สะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกก็สามารถพานักลงทุนนั่งรถไฟเหาะตีลังกาได้เช่นกัน

ชนวนเหตุวอลล์สตรีทหั่นเป้าสะเทือนอุปสงค์โลก

แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้มีชนวนเหตุสำคัญมาจาก JPMorgan สถาบันการเงินที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ออกมาประกาศปรับลดคาดการณ์ราคารองรับไตรมาสที่ 4 ลงมาอยู่ที่ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ลดลงมาราว 25% จากเป้าหมายเดิมที่เคยมองไว้สูงถึงระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์)

โดยรายงานระบุว่า แม้ภาพรวมระยะยาวทองคำจะยังมีความแข็งแกร่งทางโครงสร้าง แต่ในระยะสั้นอุปสงค์หรือแรงซื้อฝั่งตะวันตก รวมถึงแรงขับเคลื่อนจากกองทุน ETF เริ่มส่งสัญญาณ แห้งขอด นอกจากนี้ ปัจจัยที่น่ากังวลที่สุดคือการที่ธนาคารกลางหลายประเทศที่เคยเป็นกลไกหลักในการไล่ซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์ เริ่มชะลอการเข้าสะสมทองคำอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ราคาทองคำสปอตทั่วโลกเกิดอาการเสียทรงและดิ่งตัวลงมาทดสอบแนวรับสำคัญ

พฤติกรรมใหม่ เสือปืนไว ของเม่าไทย

ความผันผวนระดับโลกได้ส่งแรงกระแทกตรงถึงหน้าร้านทองคำแท่งย่านเยาวราชและระบบออนไลน์ในประเทศไทยทันที ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สมาคมค้าทองคำต้องประกาศปรับราคาถี่กระชั้นทุบสถิติวันละ 16 ถึง 35 ครั้ง โดยราคาขายออกทองคำแท่งเหวี่ยงไปมาอย่างน่าหวาดเสียวในกรอบตั้งแต่ 63,000 บาท ไปจนถึงทะลุ 66,000 บาทต่อบาททองคำ

ปรากฏการณ์นี้ทำให้พฤติกรรมของนักลงทุนรายย่อยไทยเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่มักจะสวมบทบาทเป็นเพียงผู้ถือครองระยะยาวเพื่อรอนำทองเก่ามาขายทำกำไร ปัจจุบันได้กลายสภาพเป็น เทรดเดอร์สายซุ่ม ที่เฝ้าเกาะติดหน้าจอสมาร์ตโฟนเพื่อส่งคำสั่งซื้อ-ขายผ่านแอปพลิเคชันของร้านทองและแพลตฟอร์มต่างๆ แบบเรียลไทม์ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามเอาตัวรอดและการชิงความได้เปรียบในสภาวะตลาดที่ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

ทองคำ พักฐานเพื่อไปต่อ หรือ ขาลงของจริง?

ด้านบทวิเคราะห์จากนักกลยุทธ์ทั้งไทยและต่างประเทศ พบว่าตลาดกำลังแบ่งมุมมองออกเป็นสองด้านอย่างชัดเจน โดยมุมมองเชิงโครงสร้างและเทคนิค นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาทองคำในปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับภาวะที่เรียกว่า No-Man's Land หรือจุดวัดใจ โดยมีระดับ 4,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ซึ่งเป็นแนวเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน) เป็นปราการด่านสุดท้าย หากราคายังสามารถประคองตัวยืนเหนือแนวนี้ได้ การดิ่งลงครั้งนี้จะเป็นเพียง การปรับฐานครั้งใหญ่ เพื่อสลัดเอานักเก็งกำไรระยะสั้นออก และสร้างฐานใหม่ก่อนที่แรงซื้อในประเทศเกิดใหม่จะกลับมาหนุนในช่วงครึ่งปีหลังนี้

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันหลักยังคงเป็นนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์ หากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังคงออกมาดีเกินคาด จนบีบให้เฟดต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คิด ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ (ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีปันผล) จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น และอาจกลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเทขายรอบใหม่ได้

ทั้งนี้ ท่ามกลางสภาวะที่ทิศทางราคายังคงไม่เลือกข้างอย่างแน่ชัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนการเงินได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “กลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุน (Asset Allocation) เพื่อไม่ให้นักลงทุนตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ผันผวนในตลาด โดยแบ่งสัดส่วนการถือครองทองคำ 5-10% สำหรับกลุ่มนักลงทุนที่เน้นความปลอดภัย ซึ่งช่วยลดความผันผวนรวมของพอร์ต และลงทุน 10–15% สำหรับกลุ่มนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มมากขึ้น

 

รายงานพิเศษ โดย นางสาวธีรดา สุนทรพจน์ บรรณาธิการหุ้นและการเงิน The Better

TAGS: #ทองคำ #ทองคำโลก #ราคาทอง #JPMorgan #การเงิน #การลงทุน #นักลงทุน