“บล.บัวหลวง” ตั้งเป้า AUM Private Fund ปี 69 แตะหมื่นล้าน!! พร้อมงัดสูตรเด็ด ‘DCA รายวัน’ ปั้นพอร์ตโตยั่งยืน

“บล.บัวหลวง” ตั้งเป้า AUM  Private Fund ปี 69 แตะหมื่นล้าน!! พร้อมงัดสูตรเด็ด ‘DCA รายวัน’ ปั้นพอร์ตโตยั่งยืน

นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของกลุ่ม Private Fund ให้แตะระดับ 10,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 6,000-7,000 ล้านบาท โดยเชื่อมั่นว่าบริการของบล.บัวหลวง จะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งกลุ่มนักลงทุนวัยเกษียณที่ต้องการผลตอบแทนคงที่-ความเสี่ยงต่ำ และนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เริ่มมองหาทางเลือกการลงทุนที่สะดวกและมั่นคง 

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าความท้าทายสำคัญคือการดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้กลับมาสนใจตลาดหุ้นไทยมากขึ้น เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานักลงทุนกลุ่มนี้มักหันไปลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีหรือหุ้นต่างประเทศโดยตรง แต่เชื่อว่าเมื่อวัฏจักรตลาดเปลี่ยนไปและหุ้นไทยเริ่มให้ผลตอบแทนที่จูงใจ นักลงทุนกลุ่มนี้จะกลับมามองเห็นโอกาสในตลาดในประเทศอีกครั้ง

ส่วนแนวโน้มธุรกิจในยุคที่ตลาดทุนมีความผันผวนสูง บริษัทฯ ย้ำว่ายังคงเดินหน้ากลยุทธ์กระจายความหลากหลายด้านผลิตภัณฑ์การลงทุน โดยเฉพาะตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ DR ซึ่งในปีนี้จะมุ่งเน้นไปที่หุ้นรายตัว (Single Stock) ในตลาดสหรัฐฯ มากขึ้น โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูงและเป็นที่ต้องการของนักลงทุน หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการออก DR ที่อ้างอิงกับหุ้น Micron และ Cathay ในช่วงที่ผ่านมา 

รวมถึงบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพมากกว่าการเน้นปริมาณ เพื่อสร้างความมั่นใจและผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับนักลงทุน ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงจากการที่มีผู้ออก DR ในตลาดถึง 9 ราย

นอกจากผลิตภัณฑ์ DR แล้ว บล.บัวหลวง ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับการให้บริการผ่านโครงการ "Top Fund" ซึ่งเป็นการผนวกบริการ Selling Agent กองทุนรวมเข้ากับบริการกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ในรูปแบบ "Auto Investing" โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และอัลกอริทึมที่พัฒนาโดยทีมผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์ (Investment Committee) มาช่วยบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนแทนการใช้แรงงานคนเพียงอย่างเดียว 

จุดเด่นสำคัญคือการคัดเลือกกองทุนที่มีผลการดำเนินงานสม่ำเสมอจาก บลจ. กว่า 18 แห่งทั่วประเทศ มาจัดพอร์ตตามระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนรับได้ ตั้งแต่ระดับต่ำ (Conservative) ที่คาดหวังผลตอบแทน 2-3% ระดับกลาง (Moderate) 6-8% และระดับสูง (Aggressive) ที่อาจสูงถึง 10% ขึ้นไปต่อปี เพื่อช่วยให้นักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามตลาดสามารถเข้าถึงการลงทุนที่มีประสิทธิภาพได้

หนึ่งในนวัตกรรมที่เน้นย้ำคือ ระบบการออมหุ้นแบบ DCA รายวัน (Daily DCA) แทนการซื้อรายเดือนแบบเดิม เนื่องจากผลการศึกษาพบว่าการกระจายการซื้อหุ้นหรือกองทุนในทุกวันทำการช่วยลดความเสี่ยงจากการเข้าซื้อผิดจังหวะได้ดีกว่าการซื้อเพียงครั้งเดียวต่อเดือน ซึ่งมักมีความผันผวนของราคาในช่วงต้นเดือนและปลายเดือนที่แตกต่างกัน โดยระบบอัตโนมัติจะทำหน้าที่ส่งคำสั่งซื้อกระจายเป็นหน่วยย่อยในแต่ละวัน ช่วยให้ต้นทุนการลงทุนมีความสมดุลและลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น พร้อมทั้งชี้แจงเพื่อลดความเข้าใจผิดว่า การใช้ระบบอัตโนมัตินี้ไม่ใช่การส่งคำสั่งถี่เพื่อเก็งกำไรในลักษณะ Robot Trade ที่สร้างผลกระทบต่อตลาด แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนอย่างมีระบบ

สำหรับโครงสร้างรายได้ปัจจุบัน ธุรกิจ Brokerage ยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท เนื่องจากธุรกิจวาณิชธนกิจ (IB) ในช่วงปีที่ผ่านมายังไม่กลับมาคึกคักเท่าที่ควร โดยดีล IPO ขนาดใหญ่อย่าง Mr. DIY ยังคงเป็นกรณีศึกษาสำคัญ ขณะที่ดีลส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะหนักไปทางงานที่ปรึกษาการควบรวมกิจการ (M&A) มากกว่า ซึ่งขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสในการปิดดีลในแต่ละปี 

อย่างไรก็ดี บล.บัวหลวง ยังคงเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีและทีมที่ปรึกษาการลงทุนที่แข็งแกร่ง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดทุนไทยและส่งเสริมให้เกิดสิ่งแวดล้อมการลงทุนที่มีคุณภาพสำหรับนักลงทุนทุกระดับ

TAGS: #บล.บัวหลวง #PrivateFund #DCA #พอร์ตลงทุน #การลงทุน #DR