บล.เอเซีย พลัส ชี้เม็ดเงิน ทิ้งหุ้นเทคฯ โยกซบหุ้น Value ดันดาวโจนส์ทำนิวไฮ จับตาเงินเฟ้อ

บล.เอเซีย พลัส ชี้เม็ดเงิน ทิ้งหุ้นเทคฯ โยกซบหุ้น Value ดันดาวโจนส์ทำนิวไฮ จับตาเงินเฟ้อ
บล.เอเซีย พลัส ชี้เม็ดเงินทิ้งหุ้นเทคฯ โยกซบหุ้น Value ดันดาวโจนส์ทำนิวไฮ จับตาเงินเฟ้อไทยพุ่ง ลุ้นแจก 4 พัน "คนละครึ่ง พลัส เฟส 2" ชู ADVANC-BLA-BDMS

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี (Tech Stocks) ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาร่วงลงแรงราว -1.4% ถึง -4.2% ขณะที่เช้าวันนี้ตลาดหุ้นเอเชียก็ปรับตัวลงแรงเช่นกัน นำโดยเกาหลีใต้ที่ดิ่งลงถึง -8.0% และญี่ปุ่น -4.0% ฝ่ายวิจัยประเมินว่าในสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นโลกจะมีความผันผวนสูงจาก 5 ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ที่เข้ามากดดันตลาดพร้อมกัน ได้แก่

1.ตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด: ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NONFARM PAYROLLS) เดือน พ.ค. 69 พุ่งสูงถึง 172,000 ราย (สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 88,000 ราย) ทำให้เกิดความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น
2.วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมัน: สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธหลายระลอกใส่อิสราเอล เพิ่มความเสี่ยงต่อการยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ดีดตัวขึ้นทำจุดสูงสุดทะลุ 96.47 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (+3.6%)
3.เงินเฟ้อสหรัฐฯ ทรงตัวระดับสูง: ตลาดคาดการณ์ว่าตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) สหรัฐฯ เดือน พ.ค. ที่จะประกาศในวันที่ 10 มิ.ย. นี้ จะพุ่งขึ้นแตะระดับ +4.2% YoY (จากเดือนก่อนที่ 3.8%) ซึ่งอาจกดดันให้ FED ต้องคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไป
4.ยุโรปเตรียมขึ้นดอกเบี้ย: คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบปี ในการประชุมวันที่ 11 มิ.ย. นี้ จาก 2.00% เป็น 2.25% ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องทางการเงินทั่วโลกตึงตัวขึ้น
5.ปรากฏการณ์ IPO ขนาดใหญ่ดูดสภาพคล่อง (Liquidity Drain): หุ้น "SPCX" เตรียมเข้าจดทะเบียนในวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งถือเป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 7 ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ทำให้กองทุนและสถาบันขนาดใหญ่ต้องเร่งปรับพอร์ตและเทขายหุ้นเทคฯ เดิมในตลาดเพื่อเตรียมเงินไปจองซื้อ

จับตาเงินเฟ้อไทยพุ่ง - เตือน 2H69 ทะลุ 5.78% หากกระทบหนัก สำหรับปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์รายงานตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ของไทยเดือน พ.ค. 2569 อยู่ที่ระดับ 2.79% ซึ่งแม้จะลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า แต่ เงินเฟ้อพื้นฐาน (CORE CPI) กลับขยับสูงขึ้นจาก 0.83% เป็น 0.92% สะท้อนให้เห็นว่าต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันได้เริ่มกระจายตัวไปยังราคาสินค้าหมวดอื่นๆ ในวงกว้างแล้ว ฝ่ายวิจัยเตือนว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่อัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นอีก จากการยกเลิกหรือลดการอุดหนุนราคาพลังงานของภาครัฐ, การผลักภาระต้นทุนของผู้ผลิต, การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และการอัดฉีดเม็ดเงินจาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "คนละครึ่ง พลัส เฟส 2" ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของกระทรวงพาณิชย์ที่คาดว่า ในไตรมาสที่ 2/2569 เงินเฟ้อไทยอาจพุ่งแตะ 3.67% ในกรณีปกติ และอาจทะลุไปถึง 5.78% ในกรณีที่ได้รับผลกระทบหนัก

กลยุทธ์การลงทุน: สลับเงินเข้ากลุ่ม Defensive - ชู ADVANC-BLA-BDMS ด้วยสภาวะที่เม็ดเงินกำลังหมุนออกจากกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี (Rotate) บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ให้เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มั่นคง โดยจัดสรรพอร์ตไปยัง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

• กลุ่ม Defensive (ตั้งรับปลอดภัย): BDMS, BH, BGRIM และ GULF
• กลุ่มรับอานิสงส์ Bond Yield ระดับสูง: BBL, KTB, KBANK, SCB, BLA และ TLI
• กลุ่ม REITs: DIF, 3BBIF และ LHHOTEL
โดยมีหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวันคือ ADVANC, BLA และ BDMS

ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำจับตางาน APPLE WWDC 2026 ในคืนนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็น "AI PAYOFF MOMENT" โดยไฮไลต์อยู่ที่การร่วมมือกับ Google เพื่อใช้โมเดล Gemini และการเปิดตัวแอปพลิเคชัน Siri ที่ทำงานคล้าย ChatGPT นอกจากนี้ แนะนำหุ้น MARVELL TECHNOLOGY (MRVL US) ที่เตรียมถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี S&P 500 ในวันที่ 22 มิ.ย. นี้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น และได้รับแรงหนุนจากคำกล่าวของ CEO ค่าย NVIDIA ที่คาดว่าจะเป็นบริษัทมูลค่าล้านล้านดอลลาร์รายต่อไป สำหรับหุ้น Global Gem แนะนำ GSUS06 และ LLY80

TAGS: #บล.เอเซียพลัส #หุ้น #เทคโนโลยี #Value #ดาวโจนส์ #เงินเฟ้อ