หุ้นโลกทำนิวไฮ ลุ้นดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน พร้อมชูกลยุทธ์ลุยหุ้นเปิดเมือง

หุ้นโลกทำนิวไฮ ลุ้นดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน พร้อมชูกลยุทธ์ลุยหุ้นเปิดเมือง
บล.เอเซีย พลัส ชี้หุ้นโลกทำนิวไฮรับความหวังดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน เตือนบอนด์ยีลด์ไทยพุ่งรับ พ.ร.ก. กู้ 4 แสนล้าน ชูกลยุทธ์ลุยหุ้นเปิดเมือง WHA-MTC-CPN นำทีม

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า ตลาดหุ้นไทย (SET Index) เตรียมทำจุดสูงสุดใหม่ของปีนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุน (Fund Flow) ที่คาดว่าจะสลับไหลเข้ามายังตลาดหุ้นไทย เนื่องจากวันนี้ตลาดหุ้นหลักๆ ทั่วโลกปิดทำการพร้อมกัน ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ (วัน Memorial Day), ตลาดหุ้นฮ่องกง และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (วันวิสาขบูชา) ขณะเดียวกัน บรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-On) ได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ BRENT ที่ร่วงลงแรงจนหลุดระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง ปัจจัยหลักมาจากสหรัฐฯ ระบุว่าข้อตกลงกับอิหร่านใกล้จะสำเร็จ และอาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ สอดคล้องกับรายงานจากฝั่งอิหร่านที่เปิดเผยว่ามีเรือได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบแล้วถึง 33 ลำ ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องปัญหาอุปทานขาดแคลน (Supply Shortage) และผลกระทบต่อเงินเฟ้อได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ (28 พ.ค.) ตลาดยังต้องจับตาการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ PCE เดือน เม.ย. ของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะขยายตัว 3.8% YoY (สูงกว่าเดือนก่อนที่ 3.5%) ซึ่งอาจทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมากวนใจได้อีกครั้ง

เริ่มลงทะเบียน "ไทยช่วยไทยพลัส" อัดฉีด 1.75 แสนล้าน - ลุ้นส่งออกไทยโต 20% สำหรับปัจจัยหนุนภายในประเทศ วันนี้ (25 พ.ค. 26) เป็นวันแรกของการเปิดลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60:40 ปี 2569" ซึ่งรัฐบาลทุ่มงบประมาณกว่า 1.75 - 1.76 แสนล้านบาท (เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับมาตรการในปี 2568) เพื่ออัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรง โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ

1.โครงการคนละครึ่งพลัส: แจกเงิน 4,000 บาท/คน ครอบคลุมประชาชน 30 ล้านคน

2.บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: เพิ่มวงเงินเป็น 1,000 บาท/คน (จากเดิมเพิ่ม 700 บาท) สำหรับผู้มีสิทธิ 13.18 ล้านคน ระยะเวลาโครงการนาน 4 เดือน (1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 69) ซึ่งคาดว่าจะช่วยดันให้ GDP ของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีก 0.5% - 0.7%

นอกจากนี้ เช้าวันนี้ยังเตรียมลุ้นการรายงานตัวเลขการส่งออกของไทยเดือน เม.ย. 2026 ซึ่งตลาด (Consensus) คาดการณ์ว่าจะขยายตัวโดดเด่นถึง 20.0% YoY (สูงกว่าเดือนก่อนหน้าที่ 18.7%) ซึ่งหากเป็นไปตามคาด จะเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อกลุ่มหุ้นส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์

กลยุทธ์การลงทุน: ชู 3 ธีมเด่นรับเม็ดเงินไหลเข้า - เคาะ MTC, SCGP, CK บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่กำลังคึกคักและราคายัง Laggard ให้สะสมหุ้นตาม 3 ธีมหลัก ได้แก่

1.หุ้นรับ Sentiment สงครามผ่อนคลาย: แนะนำ GULF, BGRIM, CBG, DOHOME, SCGP, SJWD, BA, MINT, CENTEL, ERW, BDMS และ BH

2.หุ้นเทคฯ ไทย (รอดพ้น Cash Balance): แนะนำ HANA และ CCET

3.หุ้นรับกระแสมาตรการไทยช่วยไทย: กลุ่มนี้ราคาปรับฐานลงมาลึกจน Valuation (P/E) ถูกกว่าตลาด โดยได้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการบริโภคที่ฟื้นตัว แนะนำ CPAXT, BJC, SAWAD และ MTC
โดยกำหนดให้หุ้น MTC, SCGP และ CK เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน

ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: ในวันที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเกาหลีใต้หยุดทำการ แนะนำเก็งกำไรใน DR: ASEMI24 เนื่องจากหุ้นกลุ่ม AI ในญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นแรงเฉลี่ย 5-10% ผสานกับหุ้นกลุ่ม Memory อย่าง Kioxia (+6%) ซึ่ง ASEMI24 มีสัดส่วนลงทุนในกลุ่ม Memory ของเกาหลีใต้ 60% และ AI เอเชีย 40% นอกจากนี้ แนะนำ DR: ESTEE80 หลังหุ้น ESTEE LAUDER (EL US) พุ่งแรง +12% ตอบรับการประกาศยุติแผนควบรวมกิจการกับบริษัทน้ำหอม PUIG ทำให้นักลงทุนคลายกังวลเรื่องงบดุลตึงตัว และเชื่อมั่นว่าผู้บริหารจะกลับมาโฟกัสที่แผนฟื้นฟูธุรกิจ BEAUTY REIMAGINED ได้อย่างเต็มที่ โดยมีหุ้นเด่น Global Gem ประจำวันคือ ESTEE80 และ BKNG80

TAGS: #ตลาดหุ้น #หุ้นโลก #หุ้น #การลงทุน #สงคราม #สหรัฐฯ #อิหร่าน