กูรูหุ้นพร้อมใจเชียร์ “ซื้อ” PTG ประเมิน“พ้นจุดต่ำสุด” เคาะเป้าราคาสูงสุด 9.80 บ./หุ้น

กูรูหุ้นพร้อมใจเชียร์ “ซื้อ” PTG ประเมิน“พ้นจุดต่ำสุด” เคาะเป้าราคาสูงสุด 9.80 บ./หุ้น
4 โบรกเกอร์ ประสานเสียงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น PTG ประเมินผลการดำเนินงาน “พ้นจุดต่ำสุด” ชูพันธุ์ไทย - โรงไฟฟ้าขยะโดดเด่น ดันกำไรฟื้น เคาะเป้าราคาสูงสุด 9.80 บ./หุ้น

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์ หุ้น บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) โดยระบุว่า ธุรกิจ Non-Oil เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ PTG ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุปสงค์  อีกทั้งยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของกำไร นอกจากนี้โรงไฟฟ้าขยะขนาด 4.9 เมกะวัตต์ ที่เริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 2569 โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ประจำให้แก่บริษัท

ทั้งนี้เบื้องต้นประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 1,273 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.7% YoY และเติบโตต่อเนื่อง 5.5% YoY แตะ 1,343 ล้านบาท ในปี 2570 คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 9.80 บาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่องของ PTG การเติบโตของปริมาณการขายน้ำมันที่ยังแข็งแกร่ง และโอกาสการเติบโตในระยะยาวจากการขยายระบบนิเวศธุรกิจ Non-Oil โดยมี Punthai Coffee และแพลตฟอร์ม Max World เป็นธุรกิจหลัก

บริษัทหลักทรัพย์  กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แม้จะมีปรับลดเป้าหมายการขยายสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทยและยอดขายน้ำมันในปี 2569 แต่ฝ่ายวิจัยฯ ได้สะท้อนปัจจัยดังกล่าวไปในประมาณการเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าภาพรวมผลการดำเนินงานในครึ่งหลังปี 2569 จะพ้นจากจุดต่ำสุดในไตรมาส 1/2569 (ขาดทุน 205 ล้านบาท) อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของค่าการตลาดฯ ขึ้นมาที่ระดับ 1.7-1.8 บาท/ลิตร ในไตรมาส 3/2569 (ไตรมาส 2/2569 ราว 1.83 บาท/ลิตร) และแนวโน้ม SG&A ไม่ได้เร่งตัวจากการชะลอขยายสาขาพันธุ์ไทย  โดยกำไรฟื้นตัวทั้ง y-y ตามการฟื้นตัวของค่าการตลาดฯ เป็นราว 1.7 บาท/ลิตร +1.5% y-y  และการเติบโตของร้านกาแฟพันธุ์ไทย +22% y-y ตามการขยายสาขา และ h-h ตามปริมาณขายน้ำมัน +1.2% h-h และค่าการตลาดฯ ที่ฟื้นตัว +9% h-h (ครึ่งแรกปี 2569 1.5 บ./ลิตร)

สำหรับประเด็นที่น่าจับตาคือ รอความชัดเจนในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะเป็นโอกาสซื้อเพื่อรับการกลับมาฟื้นตัวในระยะยาว จากประเด็น 1.การฟื้นของปริมาณขาย Oil และ Non-Oil หลังราคาน้ำมันลดลงส่งผลนให้กำลังซื้อเพิ่มขึ้น และการกลับมาเร่งขยายสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทย และ 2.คาดกองทุนน้ำมันทยอยติดลบลดลง ส่งผลให้ค่าการตลาดฯ ฟื้น 2-3% ใน 2570-2571 และรักษาระดับ GPM พันธุ์ไทยได้ดีต่อเนื่อง หลังปรับโปรโมชั่น  ขณะที่กำไรปกติ 2569-2571 คาดว่าฟื้นตัวเฉลี่ย +21% CAGR  แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 9.5 บาท/หุ้น

ด้านบริษัทหลักทรัพย์  หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า มีมุมมองเป็นกลางถึงบวกเล็กน้อย โดยเชื่อว่าสถานการณ์ผ่านจุดต่ำสุดในครึ่งแรกปี 2569 ไปแล้ว และจะทยอยฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี เนื่องจากเหตุการณ์ไม่ปกติของอุปสงค์และการปรับราคาขายปลีกที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนจะไม่เกิดขึ้นอีก พร้อมรับอานิสงส์จากการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A โดยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 483 ล้านบาท และปี 2570 ที่ 1.1 พันล้านบาท ประเมินราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 8.80 บาท/หุ้น แนะนำ ซื้อ สำหรับลงทุนระยะกลาง-ยาว

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด มองแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส  3/2569  มีโอกาสเห็น Earnings Recovery QoQ  ที่ชัดขึ้น  แม้เข้าสู่ Low Season ของฤดูฝน โดยมี GP ต่อลิตรฟื้นตัวจากกลไกราคาน้ำมันที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ อีกทั้งยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A  ให้อยู่ใกล้เคียงไตรมาสก่อน ซึ่งช่วยหนุน Operating Leverage และเปิดทางให้ Gross Profit ส่งผ่านไปสู่กำไรได้มากขึ้น ด้าน Non-Oil ยังเป็น Growth Driver หลัก  โดยกาแฟพันธุ์ไทยและรายได้ใหม่จากโรงไฟฟ้าขยะ คงราคาเป้าหมายปี 2570  ที่ 8.60 บาท แนะนำ ซื้อ

TAGS: #PTG #พีทีจีเอ็นเนอยี #บล.โกลเบล็ก #บล.กรุงศรี #บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) #บล.ทรีนีตี้ #หุ้น #หุ้นไทย #น้ำมัน