DBS อัพเป้า SET ปี 69 จาก 1,380 จุด สู่ 1,500 จุด หลัง “ภูมิใจไทย” ชนะเสียงข้างมาก

DBS อัพเป้า SET ปี 69 จาก 1,380 จุด สู่ 1,500 จุด หลัง “ภูมิใจไทย” ชนะเสียงข้างมาก
DBS อัพเป้าดัชนี SET Index ปี 2569 จาก 1,380 จุด สู่ 1,500 จุด หลัง “ภูมิใจไทย” ชนะเสียงข้างมาก จับตาความต่อเนื่องของนโยบายหนุน GDP - ความเชื่อมั่นนักลงทุน ชู 4 ธีมเด่นเก็บเข้าพอร์ต

นางสาวจันทร์เพ็ญ ศิริธนารัตนกุล กรรมการบริหารอาวุโส ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในปี 2569 DBS ปรับเป้าดัชนี SET Index จากเดิม 1,380 จุด เป็น 1,500 จุด หลัง “ภูมิใจไทย” ชนะเสียงข้างมาก  อย่างไรก็ตามยังคงให้น้ำหนักการลงทุน (Underweight) หุ้นไทยน้อยกว่าตลาดในภูมิภาคที่เติบโตระดับ 10% โดยยังคงต้องจับตานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากนี้ ว่าจะช่วยผลักดัน GDP ไทยเติบโตกว่าปัจจุบันที่ 1.6% เทียบเคียงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคได้หรือไม่

นายเอ็ดวิน ตัน (Mr. Edwin Tan) Market Head DBS, Thailand & Philippines , DBS Bank กล่าวในงาน DBS 1Q26 Insights. The Long Game เปิดเผยว่า กลยุท์การลงทุนในปี 2568 ยังคงโฟกัสผ่าน 4 ธีมหลัก คือ 1. ลงทุนในบริษัทที่นำ AI มายกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ  2. ลงทุนในสินทรัพย์จริงในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์ และโลหะมีค่าเพื่อต่อสู้เงินเฟ้อ 3. ตลาดหุ้นเอเชีย ยกเว้นญี่ปุ่น ยังเติบโตทำกำไรได้ดี และ 4. เลือกลงทุนในหุ้น และตราสารหนี้ investment Grade มากกว่ากลุ่ม high yield ขณะที่ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากปัญหาหนี้สหรัฐพุ่ง

โดยการลงทุนตราสารหนี้ ให้น้ำหนัก Investment-Grade มากกว่า High-Yield ท่ามกลาง Spread ที่ตึงตัว และความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยที่ยังต่ำ ตราสารหนี้ประเภท Spread Products มีแนวโน้มทำผลงาน

ได้ดี แม้มูลค่าประเมินจะอยู่ในระดับสูง โดย DBS ให้ความสำคัญกับตราสารหนี้คุณภาพระดับ A/BBB ช่วงอายุ 5–7 ปี รวมถึงแนะเพิ่มสัดส่วนในตราสารภาครัฐ เช่น Treasury Inflation-Protected Securities และMortgage-Backed Securities เพื่อสร้าง Alpha เพิ่มเติม

ส่วนสินทรัพท์ทางเลือก สินค้าโภคภัณฑ์ได้รับแรงหนุนจากการพักรบทางการค้า และการลดดอกเบี้ย โลหะอุตสาหกรรม โดยเฉพาะทองแดง และแร่หายาก ซึ่งได้เปรียบจากความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ 

ขณะที่ราคาทองคำเคาะเป้าปีนี้ที่ 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นจากราคาปัจจุบันที่ 5,020-5,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมให้น้ำหนักลงทุนทองคำที่ 5-10% ของพอร์ตรวม รับแรงหนุนจากความเสี่ยงทางด้านการคลัง (Fiscal Dominance) ที่ทวีความชัดเจน ผนวกกับความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยพยุงราคาทองคำตลอดปี 2569

โชว์ผลตอบแทนปี 68 โตแกร่ง 19.4%

ด้านผลการดำเนินงานในปี 2568 ยังคงสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ลูกค้า จากพอร์ตโฟลิโอหลักสร้างขึ้นบนกลยุทธ์บาร์เบล ให้ผลตอบแทนสุทธิที่ แข็งแกร่งถึง 19.4% (ต้นปี - สิ้นเดือนพ.ย.68) อีกทั้งหากนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในเดือน ส.ค. 2561 พอร์ตโฟลิโอนี้สร้างผลตอบแทนรวม 67.7% หรือผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี 8.6%

ขณะที่ผลกำไรก่อนหักภาษีสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 13.1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2568 ซึ่งสูงกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย ขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 3% สู่ระดับสูงสุดใหม่ที่ 22.9 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะด้านอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเติบโตขึ้น 19% ในสกุลเงินคงที่ แตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 488 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์

TAGS: #DBS #บล.ดีบีเอส #หุ้น #หุ้นไทย #การลงทุน #นักลงทุน #รัฐบาล #ตลาดหุ้นไทย