ตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) เล็งปรับเกณฑ์ซื้อขาย – เพิ่มความยืดหยุ่นรับกลุ่มธุรกิจใหม่ ผนึก BOI ดึงบริษัทต่างชาติ IPO ในไทย เตรียมชงรัฐบาลคลอดกองทุน TISA พร้อมเดินสายโรดโชว์ต่างประเทศ พ.ค. นี้
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างศึกษาปรับปรุงกฎเกณฑ์โครงสร้างการซื้อขาย และมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยมองว่าการปรับเกณ์ต้องมีกรอบที่ชัดเจนและมั่นคงอย่างน้อยในระยะ 1 ปี
รวมถึงอยู่ระหว่างพิจารณาปรับเวลาซื้อขายหุ้นโดยเฉพาะช่วงบ่าย จากเดิมเปิดเวลา 14.30 น. มาเป็น 14.00 น. ทำให้เกิดภาระต้นทุนด้านปฏิบัติการ (operation cost) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงได้เจรจากับบริษัทหลักทรัพย์หลายราย ส่วนใหญ่สนับสนุนการกลับไปใช้เวลาเดิมอาจมีเหมาะสมกว่า
ตลท.จ่อปรับเกณฑ์ ดึงบริษัทต่างชาติระดมทุนในไทย
ส่วนกรณีบริษัท LINE MAN Wongnai กำลังพิจารณาเปลี่ยนแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ไปยังตลาดต่างประเทศ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่าปัจจัยหลักเกิดจากมูลค่าตลาด สภาพคล่อง กฎกติกาที่เข้มข้น และการแข่งขันที่สูง ย้ำ! ไม่ได้นิ่งนอนใจ จ่อปรับกฎเกณฑ์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมคาดหวังบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนฯ ในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 18 บริษัท ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทยื่นมาแล้วจำนวน 7 บริษัท
อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อทบทวนขั้นตอนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างคุณภาพ (quality) และปริมาณ (quantity) ของบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างความน่าสนใจทั้งในแง่เงินทุน ค่า P/E และมูลค่าหุ้น
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยอมรับว่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา SET 50 ในตลาดหุ้นไทยยังคงกระจุกตัวในหุ้นตัวเดิมๆ สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P หรือ Nasdaq เปลี่ยนแปลงเกือบ 90% จึงมีแผนดึงธุรกิจจากต่างประเทศในสาขาที่มีศักยภาพใหม่ๆให้เข้ามาใช้ตลาดทุนไทยเป็นแหล่งระดมทุน โดยร่วมกับ BOI ในโครงการ BOI to IPO ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและสภาพคล่องของตลาดหุ้นไทยในอนาคต
ปักหมุด! โรดโชว์ต่างประเทศ พ.ค.นี้
นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเดินหน้าแผนจัดโรดโชว์ในต่างประเทศตั้งแต่เดือนพ.ค. เป็นต้นไป หวังดึงดูดนักลงทุนสถาบันระยะยาว โดยเฉพาะกองทุนที่เริ่มกลับมาสนใจหุ้นขนาดใหญ่ของไทย
รวมถึงเตรียมเสนอโครงการ TISA (Thailand Individual Saving Account) ซึ่งเป็นบัญชีออมเพื่อการลงทุนระยะยาวแบบถาวร เพื่อแก้ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับกองทุน LTF ที่เมื่อครบกำหนดมักเกิดแรงขายกดดันตลาดต่อรัฐบาลใหม่อีกครั้ง พร้อมผลักดันการแก้ไขกฎหมายเ พื่อเพิ่มอำนาจให้ ก.ล.ต. สามารถบังคับใช้กฎหมายและลงโทษพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในตลาดทุนได้รวดเร็วขึ้น
ลุยโครงการ Jump+ เพิ่มเสน่ห์ตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ตามการเพิ่มน้ำหนักในดัชนี MSCI ขึ้นอยู่กับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) และสภาพคล่อง (Liquidity) ของหุ้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงผลักดันโครงการ Jump+ เพื่อกระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนกลับมาลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจตนเอง ให้กลับมาเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจ
ด้านดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า “ตลาดทุนไทยช่วงเดือนม.ค.2569 ที่ผ่านมา เห็นสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนจากดัชนีหุ้นไทยเดือน ม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 4.7 หมื่นล้านบาท รวมถึงกระแสนักลงทุนต่างชาติ (Fun Flow) กลับมาซื้อสุทธิ 2 เดือน (ธ.ค.68 - ม.ค.69) เพิ่มขึ้นกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในรอบกว่า 3 ปี และเห็นการจ่ายเงินปันผลของบริษัทจดทะเบียนฯ ทำ Record High”
“ตลาดหุ้นไทยไม่ได้แย่ พื้นฐานดี ปันผลเด่น คือจุดแข็งของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบัน หากมาตรการรัฐมีความต่อเนื่องและการเมืองมีเสถียรภาพ เงินลงทุนก็พร้อมไหลกลับ และเสน่ห์ตลาดทุนไทยกำลังถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้งในปี 2569” ศ.กิติพงศ์ ประธานบอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวปิดท้าย