นายกฯ ชี้ความขัดแย้งตะวันออกกลางกระทบไทยแค่ราคาน้ำมันผันผวน ยันปริมาณสำรองเพียงพอ เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงาน หนุนใช้ไฟฟ้า–โซลาร์รูฟท็อป เปิดทางขายไฟคืนกริด ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะความขัดแย้งในแถบตะวันออกกลาง ซึ่งประเทศไทยต้องเตรียมความพร้อมและพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด
สำหรับข้อกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่าถือว่าเป็นประสิทธิภาพของรัฐบาลไทย แล้วก็เครือข่ายด้านการพลังงานของประเทศไทย ตอนนี้ที่เขารบกันในแถบตะวันออกกลาง ระหว่างประเทศคู่ค้าน้ำมัน แต่ประเทศไทยสิ่งเดียวที่ได้รับผลกระทบก็คือราคา ซึ่งควบคุมไม่ได้ มันผันผวนไปตามสถานการณ์ แต่ปริมาณน้ำมันที่จะต้องถูกนำเข้ามากลั่นแล้วมาใช้ในประเทศ ที่เป็นความกังวลของทุกคน ที่ทุกคนปรามาสไว้ว่าเดี๋ยวน้ำมันจะไม่พอ หาไม่ได้ ตอนนี้มันไม่เกิดขึ้นแล้ว
ปัจจุบันปริมาณน้ำมันของไทยมีความเพียงพอในระดับสูงจนต้องระบายออกสู่ต่างประเทศ ทุกวันนี้มีความเพียงพอ เพียงพอจนต้องเคลียร์สต็อก
”มีการมาขออนุมัติผมในฐานะนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมออกคำสั่งเฉพาะกาลเอาไว้เพราะต้องเผื่อไว้ก่อน ไม่ให้ส่งออก ตอนนี้ต้องส่งออกเพราะมันล้น พอขอบอกล้น คนก็บอกบริหารยังไงให้มันล้น มันไม่ใช่บริหารยังไงให้มันล้น เรายังนำเข้าเข้ามาด้วยปริมาณเท่าเดิม แต่คนไทยเราให้ความร่วมมือ ไม่ใช้สุรุ่ยสุร่าย“
ทั้งนี้การที่ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านการพึ่งพาพลังงานในระดับต้น ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมและการผลิตไม่ได้รับผลกระทบ โดยผู้ประกอบการส่งออกบางส่วนยังสามารถปรับราคาสินค้าขึ้นตามต้นทุนราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังได้ออกมาตรการจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาน้ำมันในเครื่องยนต์สันดาป
ขณะเดียวกันได้ออกมาตรการต่างๆ เช่นการเปลี่ยนผ่าน ให้ประชาชนไปใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น มีการให้สินเชื่อ เหมือนกับคนละครึ่ง สำหรับคนที่จะเปลี่ยนการใช้พลังงานจากไฟฟ้า จากน้ำมัน จากก๊าซธรรมชาติ เพราะยังไงก็ยังพ่นมลพิษ ปล่อยมลพิษ ก็เปลี่ยนมาเป็นพลังงานทางเลือก ธรรมชาติ พลังงานสะอาด
นอกจากนี้ ยังได้แก้ปัญหาความคุ้มค่าในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ด้วยการเปิดระบบสายส่งให้ประชาชนสามารถขายกระแสไฟฟ้าคืนให้แก่ภาครัฐได้ เราก็เปิดโอกาสให้เขาเอาพลังงานไฟฟ้าส่วนที่เหลือ ปริมาณไฟฟ้าส่วนที่เหลือที่เขาไม่ใช้ กลับเข้ามาในกริด ในระบบการส่งไฟ จำหน่ายไฟของรัฐ แล้วก็จ่ายค่าไฟคืนให้กับเขา ก็เป็นการลดค่าใช้จ่ายที่เขาไม่ต้องจ่ายค่าไฟตามปกติ
นอกจากนี้ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับพวกเขาในระยะยาว โดยให้ชาวบ้านขายไฟกลับคืนเข้ามา เมื่อชาวบ้านทุกหลังคาเรือนขายไฟส่วนที่เหลือกลับคืนเข้ามา เราก็มีปริมาณไฟจำนวนหนึ่งไปฟีดในภาคอุตสาหกรรม หรือไปฟีดในการทำให้มันเป็นประโยชน์ของการใช้สำหรับสาธารณะต่างๆ ได้ด้วย