เดินหน้าต่อยอด IMF–World Bank ปั้นกระแสไทยสร้างรายได้ฐานราก

เดินหน้าต่อยอด IMF–World Bank ปั้นกระแสไทยสร้างรายได้ฐานราก
รัฐบาลชูความสำเร็จเจ้าภาพ IMF–World Bank 2026 ดันผ้าไทย อาหารไทย สินค้า GI และท่องเที่ยวเจาะตลาดโลก พร้อมขยาย Small AI ช่วยร้านค้า–เกษตรกร เพิ่มโอกาสกระจายเม็ดเงินลงทุนถึง SME แรงงาน และชุมชน

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้ผลจากการเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank 2026 ไม่จบเพียงความสำเร็จของการจัดงาน แต่ต้องต่อยอดให้ประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากได้รับประโยชน์จริง   

นายสันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การประชุม IMF–World Bank 2026 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ มีผู้ลงทะเบียนมากกว่า 19,000 คน สูงกว่าเป้าหมายราว 27% และเป็นสถิติสูงสุดของการประชุม IMF–World Bank โดยประมาณ 60% เป็นผู้แทนระดับสูงหรือกลุ่มกำลังซื้อสูง และพำนักเฉลี่ยราว 9 วัน เกิดการใช้จ่ายทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง และบริการต่างๆ  

ทั้งนี้กระแสที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่เฉพาะในช่วงการประชุม เพราะอาหารไทย ผลไม้สด ผลไม้ตัดแต่ง ไอศกรีม ผ้าท้องถิ่น และผ้าขาวม้าได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานจำนวนมาก ขณะที่ภาพความเป็นไทยถูกเผยแพร่ออกไปพร้อมกับชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยว อาหาร และอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศ  

"ประโยชน์ที่จับต้องได้เร็วคือการเป็นเจ้าภาพที่คนหลงรัก หากทำธุรกิจทั่วไปจะต้องใช้งบโฆษณาจำนวนมหาศาลเพื่อให้สินค้าไทย ผ้าไทย อาหารไทย และคนไทยเป็นที่รู้จักในระดับไวรัลเช่นนี้ แม้กระทั่งกรรมการผู้จัดการ IMF ยังเอ่ยปากขอเป็นพรีเซนเตอร์ผ้าไหมไทย สิ่งเหล่านี้เงินซื้อไม่ได้และสร้างผลกระทบระยะยาว เมื่อผู้เข้าร่วมงานประทับใจและอยากกลับมาเยือนอีก การจับจ่ายใช้สอยก็จะกระจายลงสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง" นายสันติธาร กล่าว

นายสันติธาร  กล่าวว่า ประเด็นที่รัฐบาลจะเดินหน้าต่อหลังจากนี้คือการนำ AI ไปให้ถึงผู้ประกอบการรายเล็ก โดยไทยได้เสนอแนวคิด Small AI ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเทคโนโลยีราคาแพง ตัวอย่างคือนกกระซิบ ที่ช่วยร้านค้าคำนวณต้นทุน ตั้งราคา วิเคราะห์ยอดขาย และบริหารธุรกิจได้แม่นยำขึ้น   

ทั้งนี้แผนงานต่อไปจะขยายการประยุกต์ AI ไปยังภาคเกษตร การท่องเที่ยว และสาธารณสุข ภายใต้คณะทำงาน Intelligent Economy เพื่อให้เทคโนโลยีไม่กระจุกอยู่กับธุรกิจขนาดใหญ่ แต่กลายเป็นเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพและรายได้ของคนตัวเล็กในระบบเศรษฐกิจ  

 ด้านความปลอดภัยทางการเงิน ไทยยังผลักดัน Bangkok Blueprint ร่วมกับ IMF และธนาคารโลก เพื่อรับมือการฉ้อโกงทางการเงินข้ามพรมแดน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายและทำธุรกรรมในโลกดิจิทัลได้ปลอดภัยขึ้น เนื่องจากอาชญากรรมลักษณะนี้ไม่สามารถแก้ได้ด้วยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง   

ส่วนการลงทุน เป้าหมายไม่ใช่เพียงดึงเงินทุนเข้าประเทศ แต่ต้องทำให้เม็ดเงินกระจายไปถึงแรงงาน ผู้ประกอบการรายเล็ก และซัพพลายเออร์ไทย ผ่านการขยายธุรกิจ การก่อสร้าง การจ้างงาน การพัฒนาทักษะ และการปรับกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ   

“ประเทศไทยได้เหรียญทองมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือต้องนำเหรียญทองนี้มามอบให้แก่ประชาชนคนไทยทุกคน ใช้โอกาสจากงานนี้สร้างประโยชน์ให้ประเทศในอีกหลายสิบปีข้างหน้า ความสำเร็จนี้ทำให้โลกรู้จักเรา และทำให้คนไทยรู้จักตัวเองว่า เมื่อร่วมมือกันจริง ไม่ว่างานจะยากเพียงใดเราก็ทำได้สำเร็จ” นายสันติธารกล่าว   

นายเอกภพ กล่าวว่า รัฐบาลจะนำกระแสความสนใจที่เกิดขึ้นในช่วงการประชุมฯ ไปต่อยอดผ่านความร่วมมือของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งเรื่องผ้าไทย อาหารไทย ทรัพย์สินทางปัญญา และสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนและกระจายรายได้ลงสู่เศรษฐกิจฐานราก  

"เมื่อสปอตไลต์จากทั่วโลกยังส่องมาที่ประเทศไทย ภารกิจสำคัญคือเปลี่ยนความสนใจนั้นให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของคนไทย ทั้งสินค้าชุมชน ร้านค้า เกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และแรงงาน เพื่อให้ประโยชน์จากการประชุมกระจายลงถึงฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม"นายเอกภพ กล่าว

 

TAGS: #IMF–World #Bank #2026 #ผ้าไทย #อาหารไทย #สินค้า #GI