ทุกวันนี้ AI เข้ามาอยู่ในชีวิตเรามากขึ้นแทบทุกวงการ รวมถึงเรื่องสุขภาพด้วย โดยเฉพาะในยุคที่หลายคนเริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น AI ก็กลายเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้การเริ่มต้นดูแลสุขภาพง่ายกว่าเดิม
ใครที่อยากลดน้ำหนัก หรืออยากสุขภาพดีขึ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ลองถาม AI ได้เลย เช่น “อยากลดน้ำหนักต้องทำยังไง” หรือ “อยากสุขภาพดีขึ้นควรเริ่มจากอะไร” AI ก็สามารถช่วยแนะนำเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้ เรียกว่ามีตัวช่วยให้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องไปหาข้อมูลเองทุกอย่าง แต่ถ้ามีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่าตัวเองป่วย ก็ยังควรปรึกษาแพทย์โดยตรงนะ
ลองนึกภาพว่า วันนี้มีเวลาออกกำลังกายแค่ 15 นาที จะทำยังไงให้คุ้มที่สุด เราสามารถให้ AI ช่วยจัดตารางออกกำลังกายตามเวลาที่มีได้ แถมยังบอกได้ด้วยว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง ออกกำลังกายได้ระดับไหน หรือมีข้อจำกัดทางร่างกายอะไร เพื่อให้ AI ช่วยแนะนำท่าที่เหมาะกับเรามากขึ้น
แต่ก็อย่าเพิ่งทำตามทุกอย่างแบบไม่เช็กก่อน เพราะการออกกำลังกายให้ได้ผลและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ ยังขึ้นอยู่กับท่าที่เลือก วิธีออกกำลังกาย และสภาพร่างกายของเราด้วย คำแนะนำจาก AI จึงควรใช้เป็นแนวทาง ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่รับประกันผลได้ทุกคน
ส่วนสายกินที่อยากรู้ว่าแต่ละมื้อได้รับพลังงานไปเท่าไหร่ ก็สามารถใช้ AI ช่วยประเมินแคลอรีจากรูปอาหารได้เหมือนกัน แค่ถ่ายรูปมื้อที่กำลังกิน แล้วให้ AI ช่วยวิเคราะห์ ก็จะได้ค่าพลังงานโดยประมาณออกมา วิธีนี้ช่วยให้คนที่กำลังคุมน้ำหนักหรืออยากปรับพฤติกรรมการกินเห็นภาพรวมของอาหารที่ตัวเองกินในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น
แต่ต้องจำไว้ด้วยว่า ตัวเลขแคลอรีที่ AI ประเมินได้ไม่ใช่ค่าที่แม่นยำเสมอไป เพราะ AI อาจดูไม่ออกว่าอาหารมีปริมาณเท่าไหร่ ใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง หรือปรุงด้วยวิธีไหน ถ้าอยากได้ค่าที่ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น ก็ควรให้รายละเอียดเกี่ยวกับอาหารเพิ่มเติมด้วย
ตอนนี้คนทั่วโลกเริ่มใช้ AI ดูแลสุขภาพกันมากขึ้น โดยผลสำรวจ Voice of the Consumer 2026 ของ PwC ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้บริโภค 21,808 คน ใน 27 ประเทศและเขตการปกครอง พบว่า ผู้บริโภคในหลายภูมิภาคใช้ AI เพื่อค้นหาคำตอบเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดยมีสัดส่วน 61% ในเอเชีย 68% ในละตินอเมริกา และ 75% ในตะวันออกกลาง
หันกลับมาดูประเทศไทย ผลสำรวจผู้บริโภค 501 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยเดียวกัน พบว่า 63% เคยใช้ AI เพื่อค้นหาข้อมูลหรือคำแนะนำด้านสุขภาพและสุขภาวะ ขณะที่ 85% เปิดรับการใช้ AI เพื่อช่วยดูแลสุขภาพอย่างน้อยหนึ่งด้าน โดย 48% สนใจใช้ AI ช่วยวางแผนออกกำลังกายหรือดูแลสุขภาวะ 41% สนใจใช้ AI ช่วยเรื่องโภชนาการ และ 36% เปิดรับการใช้ AI เพื่อคาดการณ์ปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า AI กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้น ตั้งแต่การวางแผนออกกำลังกายไปจนถึงการเลือกกินอาหาร แต่ถึงจะมี AI เป็นผู้ช่วย ก็อย่าลืมเช็กข้อมูลให้ดี และเลือกใช้คำแนะนำให้เหมาะกับตัวเอง
SOURCE : https://www.pwc.com/gx/en/issues/c-suite-insights/voice-of-the-consumer-survey.html