anitech ดันคาแรคเตอร์ฝีมือคนไทย สร้างจุดขายใหม่ พร้อมขยาย Affiliate แตะ 10,000 รายในปี 71

anitech ดันคาแรคเตอร์ฝีมือคนไทย สร้างจุดขายใหม่ พร้อมขยาย Affiliate แตะ 10,000 รายในปี 71

anitech ภายใต้กลุ่มบริษัท Smart ID Group เดินหน้าต่อยอดธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Character Marketing สนับสนุนคาแรคเตอร์ฝีมือคนไทย ควบคู่กับการขยายเครือข่าย Affiliate ผ่าน TikTok Shop ตั้งเป้ามีเครือข่ายครีเอเตอร์และ Affiliate 6,000 รายในปี 2569 และเพิ่มเป็น 10,000 รายภายในปี 2571

ดันคาแรคเตอร์ไทย สร้างความแตกต่างให้สินค้า

anitech เดินหน้ากลยุทธ์ Character Marketing ผ่านความร่วมมือกับเจ้าของลิขสิทธิ์คาแรคเตอร์ทั้งไทยและต่างประเทศ โดยมี Snoopy เป็นปีที่ 4 ต่อเนื่องจากความร่วมมือกับ Sanrio ในปี 2567 และในปี 2569 เตรียมต่อยอดความร่วมมือกับ Cat Company (ไทย) และ Miffy จากเนเธอร์แลนด์ในช่วงไตรมาส 4

กลยุทธ์นี้มุ่งเพิ่มความแตกต่างให้สินค้าและสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภค พร้อมเปิดโอกาสให้คาแรคเตอร์ไทยเข้าถึงตลาดในวงกว้างขึ้น โดยยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพและการใช้งานของสินค้าเป็นหลัก

ผนึก TikTok Shop ขยายเครือข่าย Affiliate

ล่าสุด anitech ยังร่วมมือกับ TikTok Shop เพื่อขยายเครือข่ายครีเอเตอร์และ Affiliate ทั่วประเทศ โดยปัจจุบันมีเครือข่ายประมาณ 4,800 ราย ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 6,000 รายในปี 2569 และ 10,000 รายภายในปี 2571

คุณโธมัส-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด เจ้าของแบรนด์ anitech กล่าวว่า “การขยายช่องทางจำหน่ายผ่าน TikTok Shop จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ anitech เพราะวันนี้การซื้อสินค้าไม่ได้เริ่มต้นจากการค้นหาผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ผู้บริโภคจำนวนมากค้นพบสินค้าใหม่จากคอนเทนต์ วิดีโอสั้น การรีวิว และการแนะนำของครีเอเตอร์ที่ตนเองติดตาม และ
ในอนาคต AI จะเข้ามามีบทบาทกับนักชอปปิ้งในการแนะนำสินค้าแทนเรา  ดังนั้น แพลตฟอร์มนี้ยิ่งมีศักยภาพในการเชื่อมโยงความบันเทิงกับการซื้อสินค้า หรือ Shoppertainment ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ผู้บริโภครู้จักสินค้า anitech ในมุมมองที่หลากหลายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน การใช้ชีวิตภายในบ้าน หรือไลฟ์สไตล์ส่วนตัว”

ต่อยอดธุรกิจสู่ตลาดภูมิภาค

สำหรับ anitech ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 22 มีสินค้ามากกว่า 1,000 SKU และส่งมอบสินค้าแล้วกว่า 20 ล้านชิ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มยอดส่งมอบเป็น 25 ล้านชิ้นภายในปี 2571 พร้อมพัฒนาสินค้าใหม่มากกว่า 100 SKU ต่อปี ปัจจุบันมีตลาดในไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว เวียดนาม และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

บริษัทวางกลยุทธ์ต่อยอดธุรกิจผ่าน Social Commerce, Creator Ecosystem และ Character Marketing เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและสร้างการเติบโตในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “คิดอย่างสตาร์ทอัพ ดำเนินธุรกิจอย่างเอสเอ็มอี และบริหารจัดการด้วยมาตรฐานบริษัทมหาชน”

 

TAGS: #anitech