‘เอกนัฏ’ เร่งเครื่องลดภาระค่าไฟ จัดโซลาร์รูฟท็อป 1 หมื่นเมกะวัตต์รับซื้อไฟส่วนเกินคืนและหักเป็นส่วนลดค่าไฟ เล็งลดขั้นตอนติดตั้ง–เชื่อมระบบ ควบคู่ เดินหน้า PDP ฉบับใหม่ เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด 50%
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” โดยได้เผยถึงแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ พร้อมกับหยิบเรื่องใกล้ตัวที่สุดของประชาชนคือค่าไฟมาเป็นจุดตั้งต้น พร้อมประกาศเปลี่ยนประชาชนจากผู้ซื้อไฟอย่างเดียว ให้มีโอกาสเป็นผู้ผลิตและขายไฟจากหลังคาบ้านตัวเอง
“เที่ยวนี้เราไปไกลกว่าผลิตไฟใช้เอง เราปรับมุมมองเลยว่า ให้ประชาชนเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า ไทยมีแสงแดดเป็นทรัพยากรอยู่แล้ว ขณะที่ต้นทุนไฟฟ้าส่วนหนึ่งผูกกับก๊าซและน้ำมันนำเข้า ซึ่งอ่อนไหวต่อสงครามและราคาตลาดโลก” นายเอกนัฏกล่าว
นอกจากนี้รัฐบาลได้กันกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ไว้สำหรับประชาชนโดยเฉพาะ ต่างจากอดีตที่เมื่อพูดถึงพลังงานแสงอาทิตย์ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงโซลาร์ฟาร์มและผู้ประกอบการรายใหญ่ พร้อมกำหนดขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ต่อราย เพื่อกระจายสิทธิ์ให้ครัวเรือนทั่วประเทศ ไม่ให้กำลังผลิตไปกระจุกอยู่กับบ้านหรือผู้ลงทุนไม่กี่ราย
สำหรับปัญหาที่คนส่วนใหญ่กังวลว่า กลางวันไม่อยู่บ้าน ติดโซลาร์แล้วผลิตไฟให้ใครใช้นั้น แนวทางใหม่จะเปิดให้รัฐรับซื้อไฟส่วนที่เหลือคืน และนำมาหักเป็นส่วนลดค่าไฟในรอบเดียวกัน ทำให้ไฟที่ผลิตออกมาไม่สูญเปล่า และลดความจำเป็นในการซื้อแบตเตอรี่ราคาแพงทันที
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ยกตัวอย่างการคำนวณ ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อาจผลิตไฟได้ราว 600-700 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 กว่าบาท หากเป็นครัวเรือนที่มีบิลค่าไฟอยู่ระดับใกล้เคียงกัน การติดโซลาร์จึงอาจช่วยลดภาระรายเดือนได้อย่างมาก ทั้งนี้ผลจริงขึ้นอยู่กับการผลิตและพฤติกรรมใช้ไฟของแต่ละบ้าน
อย่างไรก็ตาม มีอีกโจทย์ใหญ่คือเงินก้อนแรก กระทรวงพลังงานจึงมองโมเดลที่ทำให้ประชาชนไม่ต้องแบกต้นทุนทั้งหมดเอง ตั้งแต่เงินสนับสนุนบางส่วน ไปจนถึงสินเชื่อที่อาศัยรายได้จากไฟฟ้าที่ผลิตและสัญญารับซื้อเป็นฐาน เมื่อผ่อนอุปกรณ์หมดในช่วงประมาณ 7-10 ปีตามตัวอย่างที่อธิบาย แผงโซลาร์ก็จะกลายเป็นสินทรัพย์ของครัวเรือนเต็มตัว
นายเอกนัฏ กล่าวว่า แนวทางนี้ต้องทำควบคู่กับการลดขั้นตอนอนุญาต จากเดิมต้องติดต่อหลายหน่วยงาน เหลือการประสานผ่านการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย พร้อมพัฒนาแบบฟอร์มออนไลน์ โดยกรณีติดตั้งเพื่อใช้เองไม่ขายไฟคืน ตั้งเป้าให้ตรวจรับได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนกรณีขายคืนจะพยายามให้เสร็จไม่เกิน 1 เดือน
ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่รัฐจะต้องดูคือคุณภาพมาตรฐานการติดตั้ง โดยก่อนเชื่อมระบบ การไฟฟ้าจะตรวจอุปกรณ์ สายไฟ ระบบติดตั้ง และ Smart Meter เพื่อป้องกันปัญหาไฟไหม้และความเสี่ยงจากอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันยังเปิดตลาดงานใหม่ให้ช่างไฟ ช่างติดตั้ง และผู้ดูแลระบบโซลาร์ทั่วประเทศ
ส่วนกรณีเบื้องหลังไฟสาธารณะที่เป็นต้นทุนในบิลค่าไฟว่า ถูกนำไปรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟมานาน 30-40 ปี คิดเป็นภาระประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งที่ผู้ใช้ไฟทั่วไปไม่เห็นรายการดังกล่าวปรากฏในบิลโดยตรง โดยไฟสาธารณะไม่ควรเอามาใส่บิลค่าไฟของประชาชนแบบที่ทำมา 30 ปี ควรแยกออกไป โดยรัฐบาลได้ดึงภาระส่วนนี้ออกจากโครงสร้าง และดำเนินมาตรการค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกในอัตรา 3 บาทต่อหน่วยแล้ว เพื่อลดภาระครัวเรือนโดยตรง
อย่างไรก็ตาม เรื่องค่าไฟและโซลาร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ ที่กำลังจะออกมา โดยวาง 3 เป้าหมายคือ สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากปัจจุบัน 20 % กว่าๆ ให้เข้าใกล้ 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ในระยะยาว
ด้านความมั่นคง แผน PDP ใหม่จะวางกำลังผลิตก๊าซให้สอดคล้องกับก๊าซที่ไทยผลิตเองได้จากอ่าวไทย พื้นที่บนบก แหล่งใหม่ และก๊าซจากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมลดการพึ่งพา LNG ตลาด Spot ที่ราคาผันผวนรุนแรงเมื่อเกิดสงคราม หันมาทำสัญญาระยะยาวเพื่อให้ต้นทุนถูกลงและนิ่งขึ้น
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ต้องไม่ปล่อยให้แผนไฟฟ้าเป็นเรื่องของกลุ่มทุนเท่านั้น รัฐบาลจึงกัน 10,000 เมกะวัตต์ไว้ให้ประชาชน พร้อมเปิดตลาดซื้อขายไฟสะอาดให้ภาคอุตสาหกรรมเลือกซื้อไฟโดยตรงจากผู้ผลิตที่เสนอคุณภาพและราคาที่เหมาะสม ลดข้อจำกัดเดิมที่เคยกำหนดเพดานตลาดไว้ โดยแผนจะต้องเป็นธรรมกับคนที่ต้องการผลิตไฟขาย และเป็นธรรมกับผู้บริโภค เพราะเขาได้ช้อปเองว่าใครผลิตคุณภาพดีที่สุด ราคาถูกที่สุด ก็ไปซื้อจากคนนั้น
ขณะเดียวกันแผนใหม่ยังเปิดช่องไว้สำหรับเทคโนโลยีอนาคต ทั้งไฮโดรเจน Geothermal, Solid Oxide Fuel Cell รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR โดยแนวคิดของกระทรวงคือเตรียมหลักเกณฑ์ ความปลอดภัย และระบบรองรับไว้ก่อน หากเทคโนโลยีพร้อมในวันข้างหน้า ไทยจะไม่ต้องเริ่มทำการบ้านใหม่ตั้งแต่ศูนย์
"ทุกการปรับโครงสร้างย่อมกระทบผลประโยชน์เดิม แต่รัฐบาลจะยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก โดยเฉพาะค่าไฟที่ประชาชนต้องจ่ายทุกเดือน เอา 10,000 เมกะวัตต์ไปให้ประชาชน กระทบแน่นอน แต่เราเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก และจะทำเรื่อยๆ” นายเอกนัฎ กล่าว