"วิริยะประกันภัย" อัพเป้าหมายเบี้ย Non-Motor ปี 69 ทะลุ 6,000 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกฟอร์มสวยโตพุ่ง 18% รับอานิสงส์ประกันสุขภาพ-ภัยพิบัติหนุนคนตื่นตัวซื้อประกัน
นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ปรับเป้าหมายเบี้ยประกันภัยกลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) ทั้งปี 69 เติบโตแตะ 5,700 - 6,000 ล้านบาท หลังผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตทะลุเป้าถึง 18% สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 10% ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมเติบโตราว 3% โดยเฉพาะประกันสุขภาพที่เติบโตดีขึ้น และกลุ่มประกันภัยทรัพย์สินและความรับผิด (Property and Casualty หรือ P&C) เติบโตมากกว่า 11% สูงกว่าตลาดที่เติบโตราว 3.5%
ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ตั้งเป้าขึ้นแท่นเป็นอันดับ 6 หรือมีเบี้ยประกันภัย Non-Motor เพิ่มอีกราว 1,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่อยู่อันดับ 7 ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 4.7% โดยมองว่าประกันภัยกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี จากสถานการณ์ภัยพิบัติและเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
ส่วนประกันสุขภาพ แม้ได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล (Medical Inflation) แต่ยังช่วยหนุนเบี้ยประกันภัยเติบโต ขณะที่ประกัน PA ในช่วง 2 ไตรมาสแรกเติบโตถึง 42% โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประกันภัยเสริมรถยนต์ Motor Add-on เป็นตัวดันพอร์ต ซึ่งเติบโตแรง 100% แม้ขนาดพอร์ตยังไม่ใหญ่มากนัก
ชูโรง ประกันภัยบ้าน – SME
จากภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัวและภัยพิบัติที่เผชิญบ่อยขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ลูกค้าตระหนักถึงความเสี่ยงและสนใจซื้อประกันมากขึ้น โดยเฉพาะประกันภัยบ้านเติบโตถึง 29% หรือมีเบี้ยเกือบ 100 ล้านบาท หลังเหตุการณ์อุทกภัยและแผ่นดินไหว รวมถึงประกันภัยสำหรับ SME ที่ช่วยตอบโจทย์ความเสี่ยงจากเหตุเพลิงไหม้
อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้ซื้อ Reinsurance (การประกันภัยต่อ) เพิ่มขึ้นในกลุ่ม P&C เพื่อรองรับความเสี่ยงตามสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยเลือกระดับความคุ้มครองจากประกันภัยที่คุ้มทุนและอยู่ในขอบเขตความเสี่ยงที่ยอมรับได้
“สำหรับแผนการเติบโตในอนาคต บริษัทฯ มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ทั้งด้านคุณภาพบริการและผลกำไร ตอกย้ำความมั่นคงทางการเงินพร้อมดูแลลูกค้าในทุกกรมธรรม์ พร้อมย้ำจุดยืน! ไม่เน้นแข่งสงครามราคาหรือเบี้ยประกัน แต่มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจด้วยคุณภาพการบริการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค โดยตั้งเป้ารักษาอัตราการเติบโตระดับสองหลัก (Double-digit) อย่างสม่ำเสมอและยั่งยืนในระยะยาว” นางฐวิกาญจน์ กล่าวทิ้งท้าย