NIA ผนึกพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา เปิดเวที “SPACE-F Batch 7 โชว์ 9 สตาร์ตอัปจาก 6 ประเทศ หลังมีผู้สมัครสูงสุด 204 ราย จาก 57 ประเทศ พร้อมเดินหน้าทดสอบ PoC เชื่อมเทคโนโลยีกับภาคธุรกิจ
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พร้อมพันธมิตรจากภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา จัดงาน “SPACE-F Batch 7 – Accelerator Demo Day” เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เพื่อแสดงศักยภาพสตาร์ตอัปเทคโนโลยีอาหารจากไทยและต่างประเทศ และผลักดันนวัตกรรมด้าน FoodTech สู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์
ความร่วมมือครั้งนี้มีบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), มหาวิทยาลัยมหิดล, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด และ Foodland Ventures จากไต้หวัน เข้าร่วมเป็นพันธมิตร โดยมีเป้าหมายพัฒนาระบบนิเวศ FoodTech และสนับสนุนสตาร์ตอัปให้สามารถต่อยอดงานวิจัยและเทคโนโลยีสู่ตลาด
ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า FoodTech เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิจัยกับโอกาสทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและ Wellness Economy มากขึ้น ขณะที่ไทยมีจุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพ วัตถุดิบอาหาร และองค์ความรู้ด้านอาหาร จึงมีโอกาสพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมตั้งแต่การวิจัย การพัฒนา ไปจนถึงการผลักดันผลิตภัณฑ์สู่ตลาดโลก
ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารกำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้ทรัพยากรและกระบวนการผลิตแบบเดิมไปสู่การขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยข้อมูล AgFunder ปี 2025 ระบุว่า การลงทุนใน AgrifoodTech ทั่วโลกมีมูลค่า 1.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนถึงความสนใจต่อเทคโนโลยีเชิงลึกในภาคอาหารและการเกษตร
NIA ตั้งเป้าผลักดันประเทศไทยจาก “Kitchen of the World” สู่ “FoodTech Innovation Hub of Asia” โดยทำหน้าที่เป็น Focal Conductor เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา นักลงทุน และสตาร์ตอัป เพื่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
สำหรับโครงการ SPACE-F ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาได้สนับสนุนสตาร์ตอัปแล้วกว่า 100 ราย จาก 18 ประเทศ และมีมูลค่าการระดมทุนรวมกว่า 5,100 ล้านบาท ขณะที่ SPACE-F Batch 7 มีผู้สมัครสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 204 ราย จาก 57 ประเทศ ก่อนคัดเลือกเหลือ 9 ทีมจาก 6 ประเทศเข้าสู่รอบสุดท้าย และร่วมทดสอบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Proof of Concept (PoC) กับเครือข่ายพันธมิตร
สตาร์ตอัป 9 ทีมใน SPACE-F Batch 7 ครอบคลุมเทคโนโลยีหลากหลายด้าน ได้แก่
-
Terra Bioindustries Inc. จากแคนาดา พัฒนาเทคโนโลยีอัปไซเคิลของเหลือจากภาคเกษตรและอาหารให้เป็นวัตถุดิบมูลค่าสูง เช่น น้ำตาล โปรตีน และไฟเบอร์
-
Nucaps จากสเปน พัฒนาส่วนผสมเชิงหน้าที่จากโปรตีน โดยใช้เทคโนโลยีห่อหุ้มสารสำคัญและโพรไบโอติกส์
-
BeNatureBioLab จากเกาหลีใต้ พัฒนาเทคโนโลยีนาโนและไมโครเอนแคปซูเลชัน เพื่อเพิ่มการดูดซึมสารสำคัญในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
-
Kinava จากเกาหลีใต้ ใช้เทคโนโลยี HydroThermal Carbonization (HTC) เปลี่ยนขยะอาหารเป็นปุ๋ยชีวภาพ ถ่านชีวภาพ และก๊าซชีวภาพ
-
ComexSoft จากสเปน พัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลตลาดค้าปลีกแบบเรียลไทม์ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ
-
PROTINOS จากไทย พัฒนาบะหมี่โปรตีนสูงจากไข่ขาวและถั่วเหลือง โดยใช้เทคนิคการบ่มด้วยเอนไซม์
-
SicPama จากเกาหลีใต้ พัฒนาแพลตฟอร์มสั่งอาหาร ระบบชำระเงินผ่าน QR และระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) สำหรับร้านอาหาร
-
Kresko RNAtech จากสหรัฐอเมริกาและอาร์เจนตินา ประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีชีวภาพในการพัฒนาสารอาหารจาก RNA
-
Agrifreeze จากสิงคโปร์ พัฒนาเทคโนโลยีแช่แข็งด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF) เพื่อช่วยรักษาคุณภาพของอาหารสด
การจัดงาน SPACE-F Batch 7 – Accelerator Demo Day จึงเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปด้าน FoodTech นำเสนอเทคโนโลยีและผลการพัฒนาต่อภาคธุรกิจ นักลงทุน และพันธมิตรในอุตสาหกรรม พร้อมเชื่อมโยงเทคโนโลยีจากหลายประเทศเข้าสู่ระบบนิเวศนวัตกรรมอาหารของไทย