'พาณิชย์'เดินหน้าดันใช้ปาล์มฯภาคพลังงาน เพิ่มดีมานด์ดูดซับผลผลิต หนุนรายได้เกษตรกร พร้อมบริหารสต๊อกให้สมดุล ดูแลเสถียรภาพราคาปาล์มตลอดห่วงโซ่
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม ครั้งที่ 7/2569 ว่า การบริหารจัดการปาล์มน้ำมันทั้งระบบของกรมการค้าภายในในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานการณ์ราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้อยู่ในระดับที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 เป็นต้นมา ราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 7 บาท และแตะระดับสูงสุดถึง 8.45 บาทต่อกิโลกรัม ต่อเนื่องรวมประมาณ 25 สัปดาห์ ส่งผลให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ดำเนินการบริหารจัดการภายใต้นโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้ความสำคัญกับการผลักดันการใช้น้ำมันปาล์มภายในประเทศ โดยเฉพาะการนำเข้าสู่ภาคพลังงาน เพื่อเพิ่มความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในประเทศ สร้างตลาดรองรับผลผลิตของเกษตรกร และเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศควบคู่กัน
การผลักดันการใช้น้ำมันปาล์มในภาคพลังงานอย่างต่อเนื่องถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความต้องการใช้ภายในประเทศ และส่งผลดีตั้งแต่ต้นทางมายังเกษตรกร โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยเผชิญสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและมีความกังวลเรื่องการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง การนำน้ำมันปาล์มมาใช้ในภาคพลังงานจึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
“ขอขอบคุณภาคพลังงานที่มีส่วนสำคัญในการนำน้ำมันปาล์มไปใช้ในภาคพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกครั้งที่มีการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น ย่อมหมายถึงการสร้างความต้องการใช้ผลผลิตภายในประเทศ และส่งผลกลับไปยังพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ต้นทาง ทำให้มีตลาดรองรับและมีรายได้ที่ดีขึ้น ถือเป็นการเดินหน้าไปด้วยกันทั้งภาคเกษตรและภาคพลังงาน” นายวิทยากรกล่าว
สำหรับสถานการณ์การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ผู้แทนกองพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพได้รายงานต่อที่ประชุมว่า การใช้ B7 และ B20 ในขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ผู้ผลิตไบโอดีเซลมีการดูแลสต๊อกและบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี ทำให้สามารถรองรับความต้องการใช้ในภาคพลังงานได้อย่างเหมาะสม
นายวิทยากรกล่าวว่า กรมการค้าภายในมีหน้าที่สำคัญในการกำกับดูแลและบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์มทั้งระบบ โดยต้องบริหารให้มีน้ำมันปาล์มเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศก่อน ทั้งการบริโภคและการใช้ในภาคพลังงาน จากนั้นจึงพิจารณาการส่งออกตามความเหมาะสมของสถานการณ์ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างผลผลิต ความต้องการใช้ สต๊อก และตลาดส่งออก โดยที่ผ่านมา การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ภายในประเทศไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำมันปาล์ม และยังสามารถสนับสนุนการใช้ในภาคพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม ครั้งที่ 7/2569 เห็นชอบตามแนวทางที่ 2 สำหรับการบริหารสมดุลน้ำมันปาล์มในเดือนกันยายน 2569 โดยใช้ข้อมูลการรับซื้อผลปาล์มน้ำมันตามประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา ซึ่งจะทำให้มีสต๊อกคงเหลือประมาณ 313,000 ตัน และกำหนดกรอบการส่งออกประมาณ 70,000 ตัน ซึ่งไม่ต่ำกว่าปริมาณตามแผนที่ผู้ส่งออกเสนอไว้ประมาณ 65,000 ตัน
“การบริหารสมดุลปาล์มน้ำมันต้องมองทั้งระบบ เราต้องทำให้เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่ดี ประเทศมีน้ำมันปาล์มเพียงพอสำหรับการใช้ภายในประเทศ และสามารถนำไปใช้ในภาคพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเมื่อมีปริมาณเพียงพอ จึงบริหารการส่งออกอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนภายในประเทศ ซึ่งจะทำให้ภาคเกษตรและภาคพลังงานเดินหน้าไปด้วยกันได้อย่างมั่นคง” นายวิทยากรกล่าว
ทั้งนี้กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ปาล์มน้ำมันอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ของประเทศไทยและมาเลเซีย รวมถึงผลผลิต ราคา สต๊อก และความต้องการใช้ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้ทันต่อสถานการณ์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการดูแลรายได้ของเกษตรกร รักษาสมดุลน้ำมันปาล์มภายในประเทศ และสนับสนุนการใช้น้ำมันปาล์มในภาคพลังงานอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่ทั้งความมั่นคงด้านรายได้ของเกษตรกรและความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ