ttb analytics เปิด 4 กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนพุ่งถ้วนหน้า พลาสติกสูงสุด 37%

ttb analytics เปิด 4 กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนพุ่งถ้วนหน้า พลาสติกสูงสุด 37%
ttb analytics ชี้สงครามตะวันออกกลางยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่ออุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างไทย คาดต้นทุนการผลิตปี 2569 เพิ่มราว 20% พลาสติกกระทบหนักสุด ต้นทุนอาจพุ่ง 37%

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics ประเมินว่า ต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อกว่าคาด โดยกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกมีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด

ปัจจัยสำคัญมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค รวมถึงความพยายามในการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติในระยะสั้น และกดดันต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างที่ใช้วัตถุดิบจากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม

ttb analytics ประเมินต้นทุนการผลิตวัสดุก่อสร้างโดยพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง และต้นทุนวัตถุดิบ โดยผลกระทบแตกต่างกันไปตามประเภทผู้ผลิต

กลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์โลหะ ซึ่งมีรายได้ประมาณ 7.7 แสนล้านบาท หรือ 56.7% ของรายได้อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างทั้งหมด คาดว่าต้นทุนการผลิตในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25% จากต้นทุนขนส่งระหว่างประเทศที่สูงขึ้น ขณะที่ราคาเหล็กขั้นต้นและเหล็กขั้นกลางที่นำเข้าจากจีนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 8% ในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน และดัชนีค่าระวางเรือตู้คอนเทนเนอร์เซี่ยงไฮ้ หรือ SCFI เพิ่มขึ้น 39% ในช่วงเดียวกัน

กลุ่มผู้ผลิตคอนกรีตและผลิตภัณฑ์ มีรายได้ประมาณ 3.1 แสนล้านบาท หรือ 23.2% ของรายได้อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างทั้งหมด คาดว่าต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11% ในปี 2569 โดยได้รับแรงกดดันหลักจากต้นทุนขนส่งภายในประเทศ เนื่องจากคอนกรีตเป็นวัสดุที่มีน้ำหนักมากและต้องใช้รถขนส่งเฉพาะ ขณะที่ราคาคอนกรีตและผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายนที่ผ่านมา

ส่วนผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ เช่น สีทาบ้านและสารเคลือบ ซึ่งมีรายได้ประมาณ 8.1 หมื่นล้านบาท หรือ 6% ของรายได้อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง คาดว่าต้นทุนการผลิตในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 29% จากห่วงโซ่การผลิตบางส่วนที่เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยราคาวัตถุดิบประเภทเม็ดสี หรือ Pigment เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 12% ในช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน ขณะที่ราคาวัสดุก่อสร้างกลุ่มเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในงานตกแต่งปรับเพิ่มขึ้น 10-40% หลังความตึงเครียดด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับกลุ่มผู้ผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติก เช่น ท่อพีวีซีและแผ่นอะคริลิก แม้มีรายได้รวมประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท หรือเพียง 1% ของรายได้อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง แต่กลับเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด โดย ttb analytics คาดว่าต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 37% ในปี 2569

สาเหตุสำคัญมาจากการชะงักของห่วงโซ่อุปทานผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยเฉพาะแนฟทาเบา หรือ Light Naphtha ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตพลาสติกและมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของต้นทุนการผลิตพลาสติกทั้งหมด ขณะที่ไทยมีความต้องการใช้แนฟทาเฉลี่ย 6.4 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้ในประเทศประมาณ 3 ล้านตัน หรือ 47% ของความต้องการ จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะตะวันออกกลาง

ผลกระทบดังกล่าวทำให้การนำเข้าแนฟทาจากตะวันออกกลางของไทยลดลง 74% ในเดือนเมษายนและหดตัวต่อเนื่องในเดือนถัดมา ส่งผลให้ราคาเม็ดพลาสติกเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 54% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี

ttb analytics ระบุว่า แรงกดดันด้านต้นทุนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มศักยภาพ โดยเฉพาะการลงทุนก่อสร้างภาคเอกชนและตลาดที่อยู่อาศัยที่ชะลอตัวจากกำลังซื้อที่เปราะบาง หนี้ครัวเรือนสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ผู้ประกอบการมีข้อจำกัดในการปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค

กลุ่มที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือผู้ผลิตพลาสติกรายกลางและรายเล็ก ซึ่งมีรายได้รวมประมาณ 6.3 พันล้านบาท หรือ 48% ของรายได้ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างประเภทพลาสติก เนื่องจากมีความสามารถในการรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจำกัด โดยมีอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเพียง 1% จึงมีความเสี่ยงเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่องและความสามารถในการแข่งขันมากกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่

ttb analytics แนะนำให้ผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างเร่งบริหารต้นทุนเชิงรุก กระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบ บริหารสินค้าคงคลังและเงินทุนหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงพิจารณาทำสัญญาจัดซื้อระยะยาวในวัตถุดิบบางรายการเพื่อสร้างเสถียรภาพด้านต้นทุน พร้อมสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มอำนาจในการกำหนดราคา

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรักษาความสามารถในการทำกำไร และเพิ่มความยืดหยุ่นของธุรกิจท่ามกลางความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า

ข้อมูลจาก ttb analytics ระบุในรายงานลงวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยการวิเคราะห์และประมาณการสะท้อนมุมมองของผู้จัดทำรายงาน ณ วันที่วิเคราะห์ และอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์

TAGS: #ttbanalytics #ttb #ทีทีบี #วัสดุก่อสร้าง #ต้นทุนการผลิต #อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง