ชงแผนพีดีพีใหม่ 4 สูตร ดัน RE พุ่ง 80% SMR 4,000 เมกะวัตต์

ชงแผนพีดีพีใหม่ 4 สูตร ดัน RE พุ่ง 80%  SMR 4,000 เมกะวัตต์
บอร์ดอนุฯพีดีพี เตรียมเสนอ 4 Scenario ให้ รมว.พลังงานพิจารณาสัปดาห์นี้ ก่อนเปิดรับฟังความเห็นต้นเดือน ก.ย. ชูพลังงานหมุนเวียนสูงสุด 80% เพิ่มสัดส่วน SMR 4,000 MW

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพยากรณ์และจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026 ที่มีนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นประธาน เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้จัดทำกรอบแนวทางเพื่อกำหนดสัดส่วนเชื้อเพลิงหลักการผลิตไฟฟ้าแต่ละชนิด  ไว้  4 scenario  ซึ่งจะเสนอต่อนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รมว.พลังงาน พิจารณาภายในสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) ได้ภายในต้นเดือนกันยายนนี้ และคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ PDP 2026 ได้ทันภายในปีนี้

สำหรับสาระสำคัญของร่างแผน PDP2026 (ปี 2569-2593) ได้จัดทำ 4 ทางเลือก ซึ่งแต่ละ scenarios จะกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่า 60% สูงสุด 80% ขณะที่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor หรือ SMR) จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งวางกรอบไว้ตั้งแต่ 2,400-4,000 เมกะวัตต์ โดยในช่วง 10 ปีแรกของแผน ยังคงให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้นำร่องศึกษาและดำเนินโครงการในระยะแรกก่อน จากนั้นคาดว่าจะเปิดให้ภาคเอกชนลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต

นอกจากนี้ในประเด็นโครงสร้างระบบไฟฟ้าไทยในระยะยาวภายใต้ความสมดุลระหว่าง 3 เป้าหมายทั้งความมั่นคงของระบบ ต้นทุนค่าไฟฟ้า และการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากขึ้น หรือไม่ต่ำกว่า 60% เพื่อสอดคล้องเป้าหมาย Net Zero 2050 พร้อมทั้งรองรับความต้องการไฟฟ้าสะอาดของภาคอุตสาหกรรมและนักลงทุนต่างชาติที่ให้ความสำคัญกับการใช้ไฟฟ้าสีเขียวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัล ที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้ากว่า 8,800 เมกะวัตต์

ขณะที่สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติจะปรับลดลงจากแผนเดิม ส่วนเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้ารูปแบบใหม่ โดยเฉพาะระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) จะเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ต้องถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมีระบบกักเก็บพลังงานที่สร้างความมั่นคงให้กับระบบ พร้อมทั้งมองว่าพลังงานหมุนเวียนมีต้นทุนลดลงมาก อย่างไรก็ตามยังคงตั้งเป้าไม่ให้ราคาค่าไฟตลอดทั้งแผนเฉลี่ยไม่เกิน 4 บาทต่อหน่วย

อย่างไรก็ดีแผนพีดีพีฉบับใหม่ ให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด เพื่อรองรับ  Net Zero โดยยุติโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ พร้อมขยายกรอบของแผนเป็น 25 ปี  ขณะเดียวกันยังนำสมมติฐานด้านความต้องการพลังงานไฟฟ้าใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปของประเทศไทยตามสถานการณ์โลก โดยคาดว่าในปี 2593 ประเทศไทยจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center 8,611 เมกะวัตตต์ นิคมอุตสาหกรรม EEC 9,639  เมกะวัตต์ และความต้องการใช้ไฟฟ้าจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารวม 24.4 ล้านคัน 

TAGS: #พีดีพี #พลังงานหมุนเวียน #SMR #BESS #Data #Center #EEC