เลขาสภาพัฒน์ฯ มั่นใจค่ายรถญี่ปุ่นยังปักหลักไทย ซัพพลายเชน 30 ปีแข็งแรง

เลขาสภาพัฒน์ฯ มั่นใจค่ายรถญี่ปุ่นยังปักหลักไทย ซัพพลายเชน 30 ปีแข็งแรง
เลขาสภาพัฒน์ฯ มั่นใจค่ายรถญี่ปุ่นยังปักหลักไทย เชื่อซัพพลายเชน 30 ปีแข็งแรง รับมาตรการภาษีหนุนลงทุน ชี้กระบะ 1 ตันยังโตสวนรถยนต์นั่ง

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. กล่าวในการแถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ปี 2569 ถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์และกระแสข่าวอินโดนีเซียพยายามดึงโตโยต้าไปลงทุนว่า ไทยยังมีจุดแข็งสำคัญจากฐานการผลิตและซัพพลายเชนที่สะสมมานาน

นายดนุชากล่าวว่า โตโยต้ามีฐานการลงทุนในอินโดนีเซียอยู่แล้ว และผลิตรถบางประเภทในประเทศดังกล่าว แต่ประเทศไทยกับญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์มายาวนานกว่า 30 ปี ทำให้ห่วงโซ่อุปทานในไทยขยายตัวทั้งทางกว้างและทางลึก

เลขาธิการ สศช.ระบุว่า การย้ายหรือขยายฐานผลิตไปประเทศอื่นไม่ใช่เรื่องตัดสินใจได้ทันที เพราะต้องดูความพร้อมของซัพพลายเชน แรงงาน ผู้ผลิตชิ้นส่วน และระบบสนับสนุนทั้งหมด หากยังไม่พร้อม การย้ายฐานหลักย่อมทำได้ยาก พร้อมเชื่อว่าค่ายรถญี่ปุ่นยังมองไทยเป็นฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพ

นายดนุชากล่าวว่า มาตรการที่กระทรวงการคลังเตรียมปรับปรุงภาษี เพื่อลดต้นทุนการนำเข้าชิ้นส่วนให้ผู้ประกอบการที่ลงทุนผลิตในไทย จะช่วยหนุนการผลิตและการลงทุนในประเทศให้เดินต่อได้ดีขึ้น

ส่วนข้อกังวลเรื่องรายได้รัฐจากภาษีนำเข้า เลขาธิการ สศช.เห็นว่า ผลกระทบมีจำกัด เพราะรายได้จากอากรนำเข้าลดความสำคัญลงมากแล้ว จากผลของ FTA และเงื่อนไขการค้าระหว่างประเทศหลายกรอบ รัฐจึงควรมองประโยชน์จากการจ้างงานและมูลค่าเพิ่มในประเทศมากกว่ารายได้ภาษีเพียงด้านเดียว

สำหรับการส่งออกรถยนต์ที่ลดลง นายดนุชากล่าวว่า แนวโน้มที่ลดลงต่อเนื่องมาจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป หรือ ICE โดยเฉพาะรถยนต์นั่ง ซึ่งหลายประเทศเริ่มตั้งเงื่อนไขคาร์บอนเข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกันตลาดโลกแข่งขันสูงจากรถยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม รถกระบะ 1 ตัน ซึ่งเป็นสินค้าแชมเปี้ยนของไทยยังขยายตัวได้ดี โดยยังเติบโตประมาณ 50% สะท้อนว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังมีฐานสินค้าที่แข็งแรง แม้บางกลุ่มผลิตภัณฑ์ต้องเผชิญแรงกดดันจากเทคโนโลยีใหม่

ต่อประเด็น FTA ไทย-จีนที่ทำให้ภาษีนำเข้ารถยนต์เป็นศูนย์ นายดนุชากล่าวว่า มาตรการ EV ของไทยมีเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในประเทศอยู่แล้ว จึงเป็นแรงจูงใจกึ่งบังคับให้เกิดฐานผลิตจริง ไม่ใช่เพียงนำเข้ามาขาย

ส่วนชิ้นส่วน EV บางรายการที่ไทยยังผลิตไม่ได้ เช่น มอเตอร์หรือระบบขับเคลื่อน อาจต้องอำนวยความสะดวกให้นำเข้าก่อนในช่วงแรก แล้วค่อยพัฒนาให้เกิดการผลิตภายในประเทศมากขึ้น เพื่อรักษาฐานอุตสาหกรรมไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรถสันดาปไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

TAGS: #สภาพัฒน์ #ค่านรถญี่ปุ่น #ญี่ปุ่น #ดนุชาพิชยนันท์