“กรุงศรี คอนซูมเมอร์” เผยผลงานครึ่งปีแรกปี 2569 เติบโตแข็งแกร่ง ชี้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังยังท้าทาย ตั้งเป้ายอดใช้จ่ายผ่านบัตรแตะ 4.2 แสนล้านบาท
นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้นำบริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อันประกอบไปด้วย บัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตโลตัส เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 คาดว่า เศรษฐกิจไทยยังคงมีความไม่แน่นอน จากภาระค่าครองชีพสูง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดย "กรุงศรี คอนซูมเมอร์" ยังคงมุ่งสร้างความเติบโต เน้นพัฒนานวัตกรรมด้านการชำระเงินและสินเชื่อทางเลือกใหม่ ๆ เพื่อยกระดับประสบการณ์ทางการเงินของลูกค้า, ผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อนำเสนอโปรโมชันเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้จ่ายในหมวดหลัก รวมทั้งผสานพลังความร่วมมือภายในเครือกรุงศรีเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจนายหน้าประกันภัย และเจาะตลาดลูกค้ากลุ่ม Wealth รวมถึงยกระดับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตสำหรับลูกค้าองค์กรเพื่อสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัท ตั้งเป้าภายในปี 2569 ยอดบัญชีลูกค้าใหม่ 627,000 บัญชี (+9%), ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 420,000 ล้านบาท (+6%), ยอดสินเชื่อใหม่ 98,000 ล้าน (+4%), และยอดสินเชื่อคงค้าง 147,000 ล้านบาท (+3%)
"ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต้องยอมรับว่าการบรรลุเป้าหมายยอดใช้จ่ายผ่านบัตรที่ตั้งไว้ 4.2 แสนล้านบาท อาจเป็นความท้าทาย เนื่องจากขนาดพอร์ตที่ใหญ่และความไม่แน่นอนของสงครามตะวันออกกลาง และเศรษฐกิจไทยที่ยังชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการปรับสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อ (Product Mix) โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) จากปัจจุบันที่ 30% ขึ้นเป็น 60% ภายใน 3 ปี (ปี 2569-2571) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำกำไร เนื่องจากสินเชื่อบุคคลมีอัตราดอกเบี้ยรับที่สูงกว่าและมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่าบัตรเครดิตที่ต้องใช้เม็ดเงินลงทุนสูงในด้านการตลาดและโปรโมชัน" นายอธิศ กล่าว
ขณะที่การแข่งขันจาก Virtual Bank และผู้เล่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ ยังคงมั่นใจในฐานข้อมูลและการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) รวมถึงระบบการทวงถามหนี้ (Collection) ที่สั่งสมประสบการณ์มากว่า 20 ปี โดยเน้นย้ำว่าความสำเร็จของสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Lending) ไม่ได้วัดกันที่ยอดการอนุมัติใหม่ แต่ต้องวัดกันที่ความสามารถในการบริหารจัดการหนี้เสียในระยะยาว เมื่อเศรษฐกิจเผชิญกับวิกฤต สำหรับหนี้เสีย (NPL) ปัจจุบันบัตรเครดิตอยู่ในระดับที่คงตัว ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการคงอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำที่ 8% ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลมี NPL ต่ำมาก เนื่องจากนโยบายการอนุมัติที่เข้มงวดในช่วงที่ผ่านมา โดยในอนาคตบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาผ่อนปรนเกณฑ์บางส่วนเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีศักยภาพเพิ่มเติม
นายอธิป ศิลป์พจีการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด เปิดเผยถึง เทรนด์สินค้าผ่อนชำระ โดยบริษัทฯ มองว่าสมาร์ทโฟนยังเป็นสินค้าหลัก และมองว่าโมเดลการ "ล็อกเครื่อง" (Lock Phone) เป็นเพียงหนึ่งในกลยุทธ์การทวงหนี้ที่ได้ผลสำหรับผู้บริโภคไทยเนื่องจากมือถือเป็นปัจจัยสำคัญในชีวิตประจำวัน ขณะที่ตลาด Wellness และ Beauty พบการเติบโตแบบกระจายตัว จากกลุ่ม Wealth สู่ระดับ Mass มากขึ้น ซึ่งบริษัทฯ เตรียมใช้ระบบผ่อนชำระผ่านแอปพลิเคชัน (EPP) และสิทธิประโยชน์บนหน้าบัตรเข้ามารองรับความต้องการในหมวดนี้
"สำหรับโมเดล Buy Now Pay Later (BNPL) บริษัทยังไม่มีแผนรุกตลาดอย่างเต็มตัว เนื่องจากมองว่าฟังก์ชันผ่อนชำระ 0% บนบัตรเครดิตที่มีอยู่เดิมนั้นตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีกว่าทั้งในแง่ของระยะเวลาการผ่อนและสิทธิประโยชน์ และปัจจุบันยังไม่มีแผนการ Spin-off เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แต่อย่างใด" นายอธิศ กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผลการดำเนินงานของ "กรุงศรี คอนซูมเมอร์" ในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2569 ยังคงเติบโต ทั้งยอดใช้จ่ายผ่านบัตรและฐานลูกค้าใหม่ โดยมียอดบัญชีลูกค้าใหม่ 284,100 บัญชี เพิ่มขึ้น 4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน, ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 196,700 ล้านบาท เติบโต 3%, ยอดสินเชื่อใหม่ 47,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 134,200 ล้านบาท ลดลง 1% อัตราส่วนหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่ที่ระดับ 1.1% สำหรับบัตรเครดิต และ 1.9%
สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรมอันเป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจและความสามารถในการปรับตัวภายใต้ปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะความสำเร็จในการปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ทั้งบัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, และบัตรเครดิตโลตัส ให้มีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ตรงใจยิ่งขึ้น ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรและยอดสินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง
นายอธิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า "จากข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรของสมาชิกบัตรในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ พบว่า หมวดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงสุดเรียงตามยอดใช้จ่าย ได้แก่ 1.ประกันภัย, 2. ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ, 3. ปั๊มน้ำมัน, 4. แพลตฟอร์มออนไลน์ และ 5. ตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ในครัวเรือน ส่วนหมวดใช้จ่ายที่มีอัตราเติบโตสูงสุด ได้แก่ 1. แพลตฟอร์มออนไลน์ (+16%), 2. กองทุนรวม (+14%), 3. เสริมความงาม (+12%), 4. กีฬาและนันทนาการ (+10%), 5. ปั๊มน้ำมัน (เติบโต +7%) ชี้ให้เห็นว่าภาพรวมธุรกิจ ผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง โดยการใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ในหมวดสินค้าจำเป็น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง, สินค้าในชีวิตประจำวัน และประกันภัย
ทั้งนี้ ยอดใช้จ่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยังคงขยายตัวต่อเนื่องและเป็นการเติบโตทั้งอุตสาหกรรม ในขณะที่การใช้จ่ายในหมวดไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะหมวดเสริมความงาม กีฬาและนันทนาการ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ที่มักใช้จ่ายออนไลน์ และให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น อย่างไรก็ดี หมวดสินค้าแฟชั่นและเครื่องสำอางกลับมีแนวโน้มชะลอตัว สะท้อนให้เห็นถึงการเลือกใช้จ่ายในหมวดไลฟ์สไตล์ที่มีการจัดลำดับความสำคัญท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้บริโภคนิยมจ่ายแบบผ่อนชำระเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและบริหารสภาพคล่องมากขึ้น โดยเฉพาะในหมวดท่องเที่ยว, สุขภาพและความงาม และคลินิกสัตว์เลี้ยง เป็นต้น"