ส.กทอ.ย้ำงบกองทุนอนุรักษ์ฯต่อยอดใช้จริงช่วยประหยัดมากกว่าเงินลงทุน 3 เท่า เดินหน้าจัดสรรงบปี’69 มุ่งลดค่าครองชีพประชาชน ขยายการใช้พลังงานทดแทน และยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานทั่วประเทศ.
นายรัฐฉัตร ศิริพานิช ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดสรรทุนตามแผนอนุรักษ์พลังงานตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปี 2568 มีจำนวน 14,870 โครงการ วงเงินประมาณ 142,306 ล้านบาท และเกิดผลรวมประหยัดพลังงานประมาณ 21,287 ktoe (พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 516,709 ล้านบาท
สำหรับประเภทกิจการที่ได้รับการจัดสรรทุนส่วนใหญ่ ได้แก่ โรงงานและอาคารทั้งในข่ายควบคุมและนอกข่ายควบคุม หน่วยงานภาครัฐ โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ SME และกลุ่มเกษตรกรซึ่งสอดคล้องตามนโยบายรัฐบาล
ขณะที่ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา การจัดสรรทุนตามแผนอนุรักษ์พลังงานของประเทศได้ดำเนินการเป็นระยะๆ ในช่วงแรกปี พ.ศ. 2538 - 2547 อยู่ในการบริหารจัดการของกระทรวงการคลัง ก่อนมีกระทรวงพลังงาน ต่อมาตั้งแต่ปี 2548 ได้โอนมาอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกระทรวงพลังงาน จนกระทั่งในปี 2562 การถ่ายโอนภารกิจมาเป็นของสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน หรือ ส.กทอ.ในปัจจุบัน
กองทุนอนุรักษ์พลังงานได้สนับสนุนโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนงานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การยกระดับเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม จนเกิดผลลัพธ์ที่ถูกนำไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม ภาคชุมชน และภาคครัวเรือน โดยการจัดสรรงบประมาณให้ความสำคัญกับการผลักดันโครงการให้เกิดเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ภายหลังจากการจัดสรรทุนให้กับโครงการได้หยุดไปในช่วงปี 2566 – 2567 และเริ่มมีการจัดสรรงบประมาณในปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งมีวงเงินประมาณ 1,253 ล้านบาท เกิดผลประหยัดพลังงานได้ประมาณ 171.26 ktoe/ปี คิดเป็นผลที่ประหยัดได้ราว 7,948 ล้านบาท/ปี ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุน Solar Rooftop/Farm ในหน่วยงานราชการ 141 แห่ง พื้นที่ทุรกันดารที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึงประกอบด้วย ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล 817 แห่ง โรงเรียนรัฐ/โรงพยาบาลรัฐ 71 แห่ง กลุ่มเกษตรกร/กลุ่มวิสาหกิจชุมชน 10 แห่ง รัฐ/รัฐวิสาหกิจ 95 ระบบ รวม 1,134 ระบบ หรือ 19.87 MW คิดเป็นมูลค่าทดแทนไฟฟ้า 111.41 ล้านบาท/ปี
นอกจากนี้ยังสนับสนุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานครอบคลุมการสนับสนุนอาคาร/โรงงานควบคุม กว่า 600 แห่ง ให้ดำเนินการด้านพลังงานตาม พ.ร.บ. และกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินลงทุน กว่า 760 ล้านบาท/ปี จากผู้ประกอบการโรงงาน/อาคาร ที่ลงทุนปรับปรุง/ติดตั้งอุปกรณ์มากกว่า 80 แห่ง เกิดผลประหยัดด้านพลังงานมูลค่ารวม 7,836.5 ล้านบาท
สำหรับความคืบหน้าปี 2569 อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดสรรเงิน มุ่งเป้าลดค่าครองชีพประชาชนผ่านการสนับสนุนการติดตั้งพลังงานทดแทนในระบบประปาหมู่บ้านทั่วประเทศกว่า 1,200 แห่ง ระบบบาดาลเพื่อการเกษตรและสาธารณูปโภคกว่า 1,000 ระบบ ระบบผลิตและใช้พลังงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชนไฟฟ้าเข้าไม่ถึง 74 พื้นที่ โรงพยาบาลรัฐกว่า 45 แห่ง พื้นที่ความมั่นคงชายแดนกว่า 800 ฐานปฏิบัติการ
ขณะเดียวกันมุ่งสนับสนุนการลงทุนด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานจากผู้ประกอบการกว่า 200 แห่ง พลังงานทดแทนจากกลุ่มวิสาหกิจและกลุ่มเกษตรกรกว่า 200 แห่ง
“30 ปีของการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ไม่ได้สร้างเพียงตัวเลขการประหยัดพลังงานที่สูงกว่างบประมาณที่ลงทุนกว่า 3 เท่า แต่ยังสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี บุคลากร และนวัตกรรมที่ต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริงในทุกภาคส่วน ก่อให้เกิดการลงทุน การขยายผลเชิงพาณิชย์ และการพัฒนาศักยภาพของประเทศ ซึ่งสะท้อนว่างบที่ใช้สนับสนุน เป็นการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศไทยในอนาคต”