ผังเมืองภูเก็ตกำลังเปลี่ยนครั้งใหญ่ เปิดทางสร้างตึกสูง 15-20 ชั้นในบางพื้นที่หนุนการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวขณะที่ผู้ประกอบการเร่งยื่นขออนุญาตกว่า 100 โครงการก่อนกฎหมายใหม่บังคับใช้ 70
จังหวัดภูเก็ตเตรียมใช้ผังเมืองรวมฉบับใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและการลงทุน โดยปรับโครงสร้างการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งเกาะ เปิดทางให้บางพื้นที่สามารถก่อสร้างอาคารสูงได้ถึง 15-20 ชั้น พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่อนุรักษ์และพื้นที่ธรรมชาติ คาดประกาศใช้ภายในปี 2570
แหล่งข่าวจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงรายละเอียดของผังเมืองรวมจังหวัดภูเก็ต หลังเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการจำนวนมาก ก่อนเสนอคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดพิจารณา และปิดประกาศตามขั้นตอนกฎหมายเป็นเวลา 90 วัน
สาระสำคัญของผังเมืองฉบับใหม่ คือ การปรับอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) ให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ โดยพื้นที่ที่รองรับการพัฒนาได้สูงจะสามารถก่อสร้างอาคารได้มากขึ้น ขณะที่พื้นที่เมืองเก่า ย่านชิโนโปรตุกีส และพื้นที่ธรรมชาติ จะยังคงจำกัดความหนาแน่นของการพัฒนาเพื่อรักษาเอกลักษณ์ของพื้นที่
นายเมธาพงศ์ อุปัติศฤงค์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวว่า ไฮไลต์สำคัญของผังเมืองใหม่คือ การปรับพื้นที่สีแดงในบางทำเล เช่น ป่าตอง บางส่วนของอำเภอถลาง และพื้นที่ในตัวเมืองภูเก็ต ให้สามารถก่อสร้างอาคารสูงได้ 45-60 เมตร หรือประมาณ 15-20 ชั้น จากเดิมที่ส่วนใหญ่จำกัดความสูงไว้ไม่เกิน 23 เมตร หรือประมาณ 7 ชั้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โรงแรม และธุรกิจบริการ
อย่างไรก็ตาม ผังเมืองใหม่ยังเพิ่มข้อกำหนดด้าน FAR และข้อจำกัดตามระดับความสูงของพื้นที่ ส่งผลให้บางทำเลอาจก่อสร้างพื้นที่ใช้สอยรวมลดลง 15-40% เมื่อเทียบกับกฎเดิม รวมทั้งยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายอาคารและข้อกำหนดด้านผังสาธารณูปโภคควบคู่กัน
แนวโน้มการประกาศใช้ผังเมืองใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากเร่งยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้าง รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และใบอนุญาตจัดสรรโครงการก่อนกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ โดยคาดว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างดำเนินการเกือบ 100 โครงการ เพื่อรักษาสิทธิการพัฒนาตามกฎหมายเดิม
ด้านราคาที่ดินยังคงปรับตัวในระดับสูง โดยพื้นที่ป่าตองมีราคาสูงสุดแตะประมาณ 1 ล้านบาทต่อตารางวา ขณะที่บางเทา เชิงทะเล และพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
นายภูมิชาย มัธยมภพภิญโญ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาโครงการภาคใต้ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความไม่แน่นอนของผังเมืองฉบับใหม่ทำให้เจ้าของที่ดินบางส่วนยอมเปิดเจรจามากขึ้น ส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการสามารถต่อรองราคาที่ดินได้ลดลงประมาณ 10-20%
พร้อมกันนี้ แสนสิริประกาศแผนลงทุนในจังหวัดภูเก็ตต่อเนื่อง 5 ปี ระหว่างปี 2569-2573 มูลค่ารวม 40,000 ล้านบาท เตรียมเปิด 30 โครงการ ทั้งคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่าระดับลักชัวรี เพื่อรองรับกำลังซื้อจากทั้งชาวไทยและนักลงทุนต่างชาติ