ไฮเออร์เดินหน้าขยายบทบาทไทยสู่ศูนย์กลาง Smart Living Ecosystem ของอาเซียน ผ่านกลยุทธ์ Three-in-One พร้อมโชว์นวัตกรรมสมาร์ทโฮมและเทคโนโลยี AI ในงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026
ไฮเออร์ (ประเทศไทย) เดินหน้าตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมยกระดับสู่ศูนย์กลาง Smart Living Ecosystem ผ่านการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ Three-in-One ที่บูรณาการการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
ล่าสุด ไฮเออร์เข้าร่วมงาน Thailand–China Cooperation Expo 2026 ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 51 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ภายใต้แนวคิด "Investing for the Future, Growing Together" โดยนำเสนอ Smart Living Ecosystem และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างไทยและจีน
ภายในงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ และองค์กรชั้นนำของไทยและจีน เข้าเยี่ยมชมบูธของไฮเออร์ โดยมี มร. ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับ พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจและนวัตกรรมสมาร์ทโฮมของบริษัท
มร. ต่ง เจี้ยนผิง กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของไฮเออร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการลงทุนระหว่างไทย จีน และประเทศอาเซียน บริษัทจึงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Three-in-One ควบคู่กับการยกระดับกระบวนการผลิตสู่ Zero-Carbon Intelligent Manufacturing เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดในแต่ละประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบัน ไฮเออร์ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลา 24 ปี และมีฐานการผลิตรวม 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานผลิตตู้เย็นที่จังหวัดปราจีนบุรี โรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศสำหรับที่อยู่อาศัยที่จังหวัดชลบุรี และโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์อัจฉริยะที่จังหวัดระยอง ซึ่งนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ควบคุมกระบวนการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดในภูมิภาค
ภายในงาน บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมหลายรายการ อาทิ เครื่องปรับอากาศอัจฉริยะที่รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน AI ตู้เย็น Haier Horizon Refrigerator ที่ผสานเทคโนโลยีถนอมอาหารและการออกแบบระดับพรีเมียม รวมถึงเครื่องซักผ้า Triple-Drum Washing Machine ซึ่งมียอดจำหน่ายกว่า 300,000 เครื่อง และครองอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มเครื่องซักผ้าแบบแยกถัง
ไฮเออร์ระบุว่า การเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นอีกก้าวในการต่อยอดความร่วมมือระหว่างไทย จีน และอาเซียน ผ่านการเชื่อมโยงนวัตกรรม การลงทุน และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค