ARAYA ชูมาตรฐาน Smart Industrial Estate ปักหมุดฐานผลิตโลก ดึงเม็ดเงินสู่ไทย

ARAYA ชูมาตรฐาน Smart Industrial Estate ปักหมุดฐานผลิตโลก ดึงเม็ดเงินสู่ไทย
ARAYA จับมือ กนอ. เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ตอบรับเทรนด์โลกและ ESG ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้วย 7 มิติ และศูนย์บัญชาการ Smart IOC มัดใจบิ๊กเพลเยอร์ระดับโลกปักฐานกำลังการผลิตในไทย

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของภาคการผลิตและห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนจากเมกะเทรนด์สำคัญ ทั้งข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ระดับสากลที่เข้มงวดยิ่งขึ้น การเร่งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ ตลอดจนความต้องการของบริษัทข้ามชาติ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม New S-Curve ที่มุ่งสร้างเครือข่ายการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นและเชื่อมโยงถึงกันมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการลงทุนแห่งอนาคต

เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการลงทุนที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จึงร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม รวมถึง อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway) ในการยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านนิคมอุตสาหกรรม โดยหนึ่งในความร่วมมือดังกล่าวคือการผลักดันการรับรองมาตรฐาน Smart Industrial Estate ของ กนอ. ซึ่งนิคมอุตสาหกรรมอารยะได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว โดยได้รับเกียรติรับมอบใบประกาศรับรองมาตรฐาน Smart Industrial Estate จากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารจากกระทรวงอุตสาหกรรม สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรมไทยสู่มาตรฐานระดับสากล

การได้รับการรับรองจาก กนอ. เป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานและความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมในการรองรับอุตสาหกรรมการผลิตและห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคต ซึ่งช่วยให้ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ สามารถดึงดูดผู้ประกอบการจากภาคการผลิตและเทคโนโลยีมูลค่าสูงเข้ามาปักหมุดลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ไม่ว่าจะเป็น บริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเชอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ยักษ์ใหญ่ด้านเซมิคอนดักเตอร์จากประเทศเยอรมนี และ ดูซาน คอร์ปอเรชั่น อิเล็กโตร-แมททีเรียลส์ บีจี จากสาธารณรัฐเกาหลี

ที่สำคัญ การได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานภาคอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม New S-Curve และห่วงโซ่อุปทานด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า Smart Industrial Estate มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และสร้างระบบนิเวศการลงทุนที่สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมโลกในอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรม New S-Curve ซึ่งให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน กนอ. มีความยินดีที่โครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ ได้รับการรับรองเป็น Smart Industrial Estate และมีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมของประเทศไทย ทั้งนี้ กนอ. พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนา Smart Industrial Estate เพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศการลงทุนและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ด้าน นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ระบุว่า ผู้ประกอบการทั่วโลกในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงพื้นที่สำหรับตั้งโรงงาน แต่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความน่าเชื่อถือ ระบบบริหารจัดการอัจฉริยะ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอารยะภายใต้มาตรฐาน Smart Industrial Estate ทำให้เราสามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของนักลงทุนได้อย่างครบถ้วน ด้วยการผสานเทคโนโลยีและโซลูชันอัจฉริยะเข้ากับทุกมิติของการดำเนินงาน เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ เพิ่ประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และส่งมอบความเป็นเลิศด้านการดำเนินงานให้แก่ลูกค้า

เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมยุคใหม่ นิคมอุตสาหกรรมอารยะได้รับการพัฒนาภายใต้กรอบการดำเนินงาน 7 มิติอัจฉริยะ ได้แก่

  • Smart Facilities: โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่พร้อมรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง

  • Smart IT: ระบบเครือข่ายสารสนเทศดิจิทัลความเร็วสูงเพื่อความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูล

  • Smart Energy: การบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • Smart Economy: การส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและการเติบโตที่ยั่งยืน

  • Smart Good Corporate Governance: การดำเนินงานอย่างโปร่งใสด้วยหลักธรรมาภิบาล

  • Smart Living: การดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานและชุมชนโดยรอบ

  • Smart Workforce: การเตรียมความพร้อมและพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานสู่ยุคดิจิทัล

การบูรณาการระบบทั้ง 7 มิตินี้ ช่วยสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบบครบวงจรที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจของผู้ประกอบการในระยะยาวได้อย่างไร้รอยต่อ

หัวใจสำคัญของระบบนิเวศอัจฉริยะภายในนิคมอุตสาหกรรมอารยะ คือ Smart Intelligent Operations Center (Smart IOC) ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกระบบปฏิบัติการของนิคมอุตสาหกรรมให้ทำงานประสานกันแบบเรียลไทม์บนแพลตฟอร์มเดียว

ศูนย์นี้จะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลากหลายส่วนเข้าด้วยกัน ทั้งระบบกล้องวงจรปิด ระบบเครือข่ายสารสนเทศ เซ็นเซอร์ IoT ระบบตรวจจับอัคคีภัย ระบบบริหารจัดการอาคาร และระบบบริหารจัดการซ่อมบำรุง ทำให้สามารถติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างทันท่วงที ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ยกระดับความปลอดภัย และส่งมอบความมั่นใจสูงสุดด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมอย่างไร้ขีดจำกัด

TAGS: #ARAYA #SmartIndustrialEstate #อารยะดิอีสเทิร์นเกตเวย์ #กนอ #นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ