ประธานส.อ.ท.หวังร่วมบรูณาการภาครัฐ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดันโครงการ Made in Thailand สร้างมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ( กรอ. ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แก้ไขปัญหาอุปสรรคทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย
ขณะเดียวกันสะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาคอุตสาหกรรมในการร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นช่องทางสำคัญในการนำข้อเสนอจากภาคเอกชนเข้าสู่กระบวนการกำหนดนโยบายของภาครัฐ
ทั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญในการสะท้อนเสียงของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การแข่งขันทางการค้า และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว
“ส.อ.ท. พร้อมทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวบรวมข้อเสนอจากผู้ประกอบการ ถ่ายทอดปัญหาและโอกาสจากภาคอุตสาหกรรมสู่ภาครัฐ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจ ลดอุปสรรคในการดำเนินงาน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ”
นอกจากนี้พร้อมผลักดันประเด็นสำคัญผ่านกลไก กรอ. ภายใต้แนวทางการขับเคลื่อนองค์กรด้วยยุทธศาสตร์ “5I” ซึ่งมุ่งยกระดับศักยภาพภาคการผลิตไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และสนับสนุนการเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน
สำหรับหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ ส.อ.ท. ให้ความสำคัญ คือ การผลักดัน โครงการ Made in Thailand (MiT) เพื่อส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศไทย เพิ่มการใช้สินค้าไทยในโครงการของภาครัฐและภาคเอกชน สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ซึ่ง ส.อ.ท. ตั้งเป้าผลักดันให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 200,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. ยังมุ่งผลักดันการแก้ไขปัญหา “Missing Link” หรือช่องว่างสำคัญในห่วงโซ่อุปทานและระบบเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัตถุดิบภายในประเทศ การเชื่อมโยงอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ การยกระดับระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการบริหารจัดการแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความเข้มแข็งให้กับ Supply Chain ของประเทศ
นอกจากนี้จะผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในภาคอุตสาหกรรม การสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียวและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าของภูมิภาค
อย่างไรก็ตามส.อ.ท. เชื่อมั่นว่า กลไก กรอ. จะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเร่งผลักดันมาตรการที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน และวางรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว