ซื้อรถ EV ตอนนี้คุ้มไหม? ส่องโมเดล TCO จาก ttb เผยตัวเลขแฝงที่คนอยากซื้อรถไฟฟ้าต้องรู้

ซื้อรถ EV ตอนนี้คุ้มไหม? ส่องโมเดล TCO จาก ttb เผยตัวเลขแฝงที่คนอยากซื้อรถไฟฟ้าต้องรู้
ttb analytics คาดปี 69 ยอดจดทะเบียนรถ EV ป้ายแดงพุ่งแตะ 1.53 แสนคัน (โต 28.5%) หนีราคาน้ำมันผันผวน เผยสมมติฐานวิ่ง 3 หมื่นโล/ปี รถ EV คุ้มกว่ารถน้ำมันชัดเจน ประหยัดต้นทุนรวมเกือบ 2 แสนบาท

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics เผยแพร่บทวิเคราะห์แนวโน้มตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศไทย โดยประเมินว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงในปี 2569 จะพุ่งสูงถึง 1.53 แสนคัน หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 28.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้อัตราการยอมรับรถยนต์ไฟฟ้าในไทยขยับขึ้นไปแตะระดับร้อยละ 25.1 ของยอดจดทะเบียนรถป้ายแดงทั้งหมด ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลกและราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ผันผวนสูงจากวิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ ตัวเลขสะท้อนความตื่นตัวเด่นชัดในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ที่มียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมแล้วถึง 8.4 หมื่นคัน เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 94.8 (YoY) โดยมีถึง 23 จังหวัดทั่วประเทศที่มียอดจดทะเบียนเติบโตมากกว่าเท่าตัว ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังมีแนวโน้มด้านราคาที่ทรงตัวมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตในไทยเตรียมเร่งกำลังการผลิตให้ถึง 1 แสนคันในปีนี้ เพื่อชดเชยการนำเข้าตามเงื่อนไขมาตรการสนับสนุน EV 3.5 ของภาครัฐที่จะต้องผลิตชดเชยในอัตราส่วน 1 : 2 ในปี 2569

ttb analytics ได้จัดทำแบบจำลองต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership : TCO) ตลอดช่วงอายุการใช้งาน 5 ปี (สมมติฐานราคารถมัธยฐานที่ 8.3 แสนบาท) เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างประเภทเชื้อเพลิง พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

  • กลุ่มผู้ใช้งานน้อย (เฉลี่ย 10,000 กม./ปี): ต้นทุนการถือครองรถยนต์ BEV และ Plug-in Hybrid (PHEV) จะใกล้เคียงกันที่ราว 6.8 แสนบาท (13.6 บาท/กม.) ซึ่งยังสูงกว่ารถยนต์สันดาป (ICE) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ที่มีต้นทุนราว 5.8 - 6.3 แสนบาท

  • กลุ่มผู้ใช้งานหนัก (เฉลี่ย 30,000 กม./ปี): ต้นทุนการถือครองรถยนต์ BEV จะลดลงเหลือเพียง 7.5 แสนบาท (5 บาท/กม.) ซึ่งประหยัดกว่ารถยนต์ ICE ที่มีต้นทุนพุ่งสูงถึง 9.6 แสนบาท (6.4 บาท/กม.) และยังต่ำกว่ารถยนต์ HEV และ PHEV อย่างเห็นได้ชัด สรุปได้ว่า ยิ่งมีระยะทางการขับขี่ต่อปีมากเท่าใด การเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าจะยิ่งสร้างความคุ้มค่าและประหยัดต้นทุนแปรผันได้มากกว่า

แม้ว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ ttb analytics ได้แสดงความกังวลถึง "ความไม่สมดุล" ระหว่างจำนวนรถกับโครงสร้างพื้นฐานรองรับ โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนหัวชาร์จขยายตัวเฉลี่ยเพียงร้อยละ 20 ต่อปี ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถ BEV เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงร้อยละ 25 ต่อปี

ปัจจุบัน สัดส่วนรถยนต์ BEV สะสมต่อหัวชาร์จของไทย ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ราว 23 คันต่อ 1 หัวชาร์จ ซึ่งมีความหนาแน่นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับคำแนะนำขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ที่ระบุว่าระดับเหมาะสมควรอยู่ที่ 10-15 คันต่อ 1 หัวชาร์จ นอกจากนี้ ปัญหาจุดชาร์จเกือบครึ่งหนึ่งยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่งผลให้ผู้ใช้บริการเกิดความกังวลด้านระยะทาง (Range Anxiety) เมื่อต้องเดินทางไกล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหรือวันหยุดยาว

ttb analytics มองว่า สิ่งท้าทายสำคัญของไทยในเวลานี้คือ การเร่งพัฒนาและกระจายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศและเติบโตคู่ขนานไปพร้อมกับการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาค เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว

TAGS: #ttbanalytics #ทีทีบีอนาไลติกส์ #รถยนต์ไฟฟ้า #รถEV #ยานยนต์ไฟฟ้า