ราชกิจจาฯลงนามคำสั่งนายกฯให้ส่งออกน้ำมัน Jet A-1 ไปยังฟิลิปินส์ เวียดนามและสิงคโปร์ กำหนดเงื่อนไขปริมาณสต๊อกดีเซลในประเทศจะต้องสูงกว่า 1,000 ล้านลิตรและสามารถระงับส่งออกได้หากเกิดภาวะขาดแคลนในประเทศ
รายงานจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษาได้ลงนามคำสั่ง นายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกลาง โดยสรุปสาระสำคัญของประกาศกระทรวงพลังงาน ฉบับที่ 9/2569 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการขออนุญาตและการอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินขับไล่ (JET A1) มีประเด็นสำคัญดังนี้ เนื่องจากปัจจุบันน้ำมันสำเร็จรูปคงเหลือของโรงกลั่นน้ำมันอยู่ในระดับสูงจนใกล้ขีดความสามารถในการจัดเก็บ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศได้อย่างเหมาะสมและเป็นการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตภาคประชาชน จึงสมควรผ่อนผัน มาตรการระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักรของน้ำมันเครื่องบิน JET A1 ซึ่งกำหนดให้เฉพาะประเทศฟิลิปินส์ เวียดนาม และสิงคโปร์
ทั้งนี้ได้กำหนดเงื่อนไขกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 กรณีที่มีปริมาณคงเหลือน้ำมันดีเซลหรือน้ำมันสำหรับเครื่องบิน JET A1 อยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ โดยสูงกว่า 1,000 ล้านลิตรสำหรับดีเซลและสูงกว่า 300 ล้านลิตรสำหรับน้ำมันเครื่องบิน ให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมีอำนาจพิจารณา อนุญาตให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรสำหรับน้ำมันเครื่องบิน ให้กับ ประเทศเวียดนาม ฟิลิปินส์ และสิงค์โปร์
อย่างไรก็ตามหากเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ หรือเพื่อประโยชน์แก่ความมั่นคงทางพลังงาน อธิบดีมีอำนาจสั่งระงับการส่งออก หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการส่งออกที่เคยอนุญาตไว้ได้ประกาศฉบับนี้ลงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569 และเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
.png)
.png)