บอร์ดกพอ. เคาะแผนขับเคลื่อน "EECiti" เล็งเปิด PPP ดึงเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ปักหมุดแลนด์มาร์กใหม่ศูนย์กีฬานานาติระดับโลก ด้าน"เมืองการบินอู่ตะเภา"เล็งออกมาตรการกระตุ้นการลงทุน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 2/2569 วันที่ 5 มิถุนายน 2569 โดยมี นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เป็นเลขานุการการประชุมฯ ทั้งนี้ กพอ. ได้พิจารณา และมีมติในเรื่องที่สำคัญ ดังนี้ 1.ความก้าวหน้าดำเนินการพัฒนาในโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ หรือ EECiti กพอ. ได้รับทราบความก้าวหน้าในด้านต่างๆ ที่สำคัญ อาทิ การจ่ายค่าชดเชยให้แก่ผู้มีสิทธิใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้มีพื้นที่พร้อมพัฒนาประมาณ 6,168 ไร่ การจัดตั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในระยะแรก การออกแบบจัดทำแผนผังการพัฒนา และรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคส่วนกลางของโครงการ
รวมถึงการเตรียมระบบบริหารจัดการน้ำ และโครงข่ายถนน และการเตรียมพื้นที่ให้เป็น Landmark แห่งใหม่ เพื่อรองรับศูนย์กีฬานานาชาติที่มีมาตรฐานสากล และศูนย์สันทนาการระดับโลก (World Class Entertainment & Leisure Hub) ซึ่งกพอ.ได้มอบหมายให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.และ สกพอ.พิจารณาเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการที่จะดำเนินการต่อไปในลักษณะของโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดยทั้งสองหน่วยงานจะจัดทำรายงานวิเคราะห์โครงการและนำเสนอ กพอ. พิจารณาต่อไป
นอกจากนี้กพอ.ฃได้เห็นชอบในการกำหนดให้โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางภายใน EECiti เป็นโครงการที่ดำเนินการตามขั้นตอนการคัดเลือกเอกชน ตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชน หรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พ.ศ.2560 (PPP EEC Track) เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในโครงการ EECiti รวม 10 ระบบ มูลค่าประมาณ 72,042 ล้านบาท อาทิ ระบบไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำประปา ระบบบริหารจัดการน้ำ จัดการขยะ พื้นที่สีเขียวและภูมิทัศน์ส่วนกลาง โดย สกพอ. จะเตรียมการจัด Market Sounding เพื่อรับฟังความคิดเห็นและทดสอบความสนใจภาคเอกชน ก่อนนำเสนอขออนุมัติดำเนินโครงการ PPP อีกครั้ง โดยคาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนให้เข้าร่วมลงทุนในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งจะเริ่มพิจารณาผล เห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน รวมทั้งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนได้
ในปี 2571
นอกจากนั้น กพอ. ได้เห็นชอบการปรับขอบเขตพื้นที่พื้นที่โครงการ EECiti เพื่อจัดสรรและบริหารแปลงพัฒนาที่เหมาะสมกับการก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงการมากยิ่งขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน โดยจะเสนอ ครม. เพื่อพิจารณาทบทวนมติจากเดิมที่ได้เห็นชอบให้ สกพอ. เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินของ สปก. จากจำนวนประมาณ14,619 ไร่ เป็น จำนวน 14,586 ไร่ ต่อไป
2. มาตรการสนับสนุนที่จำเป็นและเร่งด่วนสำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเพิ่มเติม (EECa) กพอ. ได้เห็นชอบในการกำหนดมาตรการเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเริ่มโครงการ EECa ได้โดยเร็ว เช่น การอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้าอยู่อาศัยเพื่อทำงานหรือประกอบกิจการในพื้นที่ การลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับสายการบินต่างประเทศที่เข้าออกสนามบินอู่ตะเภา การลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการเช่าและการโอนอสังหาริมทรัพย์ การกำหนด EECa Visa เพื่อรองรับกลุ่มผู้เข้าอยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์ที่จะพัฒนาขึ้นในโครงการ การยกเว้นภาษีอากรสำหรับการอุปโภคบริโภคและประกอบกิจการในพื้นที่ EECa ที่จะกำหนดเป็นเขตประกอบการค้าเสรี (Free Trade Zone) เป็นต้น
ทั้งนี้ กพอ. ได้มอบหมายให้ สกพอ. นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติมาตรการสนับสนุนที่จำเป็นดังกล่าว รวมถึงมาตรการสนับสนุนที่ กพอ. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการไว้แล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 และมอบหมายให้ สกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการออกกฎหมายรองรับให้มาตรการทั้งหมดมีผลใช้บังคับโดยเร็วต่อไป