Krungthai GLOBAL MARKETS มองเงินบาทระยะสั้นยังผันผวนสูงตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้ตลาดคลายกังวลหลังมีสัญญาณสหรัฐฯ-อิหร่านอาจกลับมาเจรจาหยุดยิง กดราคาน้ำมันดิบร่วง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.58 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นทดสอบแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังตลาดกลับมามีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ปัจจัยสำคัญมาจากกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเจรจาสันติภาพอีกครั้งที่ประเทศปากีสถานในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ประกอบกับประธานาธิบดี Donald Trump ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายใกล้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเร็ววัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงราว 5% กดดันเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับลดลง พร้อมหนุนราคาทองคำรีบาวด์เหนือระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บรรยากาศดังกล่าวช่วยหนุนภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโลก โดยดัชนี S&P500 ปิดบวก 1.08% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.54% จากแรงซื้อหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor เช่น AMD และ Intel ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นเช่นกัน นำโดยหุ้นเทคโนโลยีและกลุ่มชิป
อย่างไรก็ดี Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า เงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-way risk หรือแกว่งตัวได้ทั้งสองทิศทางตามพัฒนาการในตะวันออกกลาง เนื่องจากตลาดยังรอความชัดเจนของการเจรจาหยุดยิง หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียด เงินบาทอาจอ่อนค่าทดสอบแนวต้าน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ และหากสงครามรุนแรงขึ้น อาจเห็นระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้
สำหรับระยะสั้น มองว่าการแข็งค่าของเงินบาทอาจเริ่มชะลอใกล้โซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าจะเห็นราคาน้ำมัน ดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับลดลงต่อเนื่องอย่างชัดเจน พร้อมประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 32.45-32.75 บาทต่อดอลลาร์