สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเร่งเครื่อง AI ลดตำแหน่ง Back-office กว่า 7,800 ตำแหน่งภายในปี 2573 ปรับองค์กรรับการแข่งขันยุคใหม่
Standard Chartered ประกาศแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ ด้วยการลดตำแหน่งงานสายสนับสนุน (Back-office) มากกว่า 7,800 ตำแหน่งภายในปี 2573 หรือคิดเป็นมากกว่า 15% ของบุคลากรในกลุ่มดังกล่าว เพื่อเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในอุตสาหกรรมธนาคารทั่วโลก
รายงานระบุว่า ธนาคารซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และมีฐานธุรกิจสำคัญในภูมิภาคเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง เตรียมปรับลดบทบาทในหน่วยงานสายสนับสนุนหลายส่วน อาทิ ฝ่ายบริหารความเสี่ยง ฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance) ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และหน่วยงานสนับสนุนองค์กรอื่น ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
Bill Winters ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคาร เปิดเผยระหว่างการประชุมนักลงทุนที่ฮ่องกงว่า ธนาคารจะเร่งขยายการใช้งานระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง และ AI เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ และยกระดับคุณภาพการให้บริการลูกค้า รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในองค์กร
ข้อมูลจากธนาคารระบุว่า AI จะถูกนำมาใช้ในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะงานที่มีลักษณะทำซ้ำในสายงานสนับสนุน เช่น การวิเคราะห์ความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ การคาดการณ์ปัจจัยเสี่ยงล่วงหน้า การตรวจสอบเอกสารและคัดกรองธุรกรรมอัตโนมัติ รวมถึงการเฝ้าระวังการละเมิดกฎระเบียบ ซึ่งมีส่วนช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินงาน
นอกจากนี้ ธนาคารยังพัฒนาเครื่องมือ Generative AI ภายในองค์กรภายใต้ชื่อ SC GPT เพื่อให้พนักงานกว่า 70,000 คนใน 41 ประเทศนำไปใช้งาน ทั้งด้านการขาย การตลาด การพัฒนาซอฟต์แวร์ การบริหารความเสี่ยง และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวม
แผนดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจระยะยาวของธนาคาร โดยตั้งเป้าเพิ่มรายได้ต่อพนักงานราว 20% ภายในปี 2571 และผลักดันอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่จับต้องได้ (ROTE) ให้แตะระดับประมาณ 18% ภายในปี 2573
ณ สิ้นปี 2568 สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดมีพนักงานทั่วโลกเกือบ 82,000 คน โดยมีพนักงานสายงานสนับสนุนมากกว่า 52,000 คน และมีศูนย์ปฏิบัติการหลักในอินเดีย จีน มาเลเซีย และโปแลนด์ ซึ่งถูกมองว่าอาจได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างครั้งนี้มากที่สุด
อย่างไรก็ตาม ธนาคารย้ำว่าแผนดังกล่าวไม่ใช่การปลดพนักงานครั้งใหญ่ในทันที แต่จะดำเนินการผ่านการลดบทบาทงานตามธรรมชาติ การไม่รับพนักงานทดแทน และการปรับทักษะบุคลากรบางส่วนไปสู่ธุรกิจที่กำลังเติบโต เช่น ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management)
นักวิเคราะห์มองว่า การเคลื่อนไหวของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดสะท้อนแนวโน้มใหม่ของภาคการเงินโลกที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลการดำเนินงานแบบ AI-first โดยเฉพาะงานสายสนับสนุนและงานที่มีรูปแบบการทำงานซ้ำ ๆ ซึ่งมีความเสี่ยงสูงต่อการถูกระบบอัตโนมัติเข้ามาทดแทนในระยะยาว