Krungthai GLOBAL MARKETS มองเงินบาทยังผันผวนสูงแบบ Two-Way Risk แม้แข็งค่าขึ้นตามดอลลาร์อ่อนและทองคำพุ่ง แต่ยังเสี่ยงอ่อนค่าหากเงินเฟ้อสหรัฐสูงกว่าคาด หรือสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เผย เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นตามจังหวะอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และแรงหนุนจากราคาทองคำที่กลับขึ้นเหนือ 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินยังอยู่ในภาวะระมัดระวัง เนื่องจากนักลงทุนรอติดตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐ และการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง และหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วน
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 0.19% และดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.10% จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor รวมถึงหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
ด้านตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี ปรับขึ้นใกล้ระดับ 4.41% หลังตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อสหรัฐอาจเร่งตัวสูงขึ้น และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ Federal Reserve อาจคงดอกเบี้ยในระดับสูงนานกว่าคาด โดยล่าสุดตลาดให้น้ำหนักราว 27% ที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้
นายพูน มองว่า เงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk และมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบกว้างตามพัฒนาการของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ โดยประเมินกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 32.20-32.50 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ หรือเงินเฟ้อสหรัฐออกมาสูงกว่าคาด อาจกดดันให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่าได้อีก ขณะที่กรณีสถานการณ์คลี่คลายและตลาดกลับมาคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ FED ก็อาจช่วยหนุนเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นได้เช่นกัน