ttb analytics ชี้ B20–E20 อาจเป็นคำตอบใหม่ความมั่นคงพลังงานไทย

ttb analytics ชี้ B20–E20 อาจเป็นคำตอบใหม่ความมั่นคงพลังงานไทย
ttb analytics วิเคราะห์สถานการณ์พลังงานโลกจากความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้ไทยต้องเร่งบทบาทพลังงานชีวภาพทั้งไบโอดีเซลและเอทานอลโดยคาดช่วยลดการนำเข้าน้ำมันได้หลายหมื่นล้าน

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ออกมาวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบพลังงานโลกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบมากกว่า 20% ของโลก หลังมีการปิดล้อม ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเกิดความผันผวนอย่างหนัก

ราคาน้ำมันดิบดูไบในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 129 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และแม้ในปัจจุบันราคาจะเริ่มทรงตัว แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานที่ยังไม่คลี่คลาย

ผลกระทบดังกล่าวส่งผ่านมายังประเทศไทยอย่างรวดเร็ว เนื่องจากไทยยังมีการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูงถึง 48% ของพลังงานนำเข้าทั้งหมด ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินรวมถึงแก๊สโซฮอล์ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคขนส่ง

ในปี 2568 ที่ผ่านมา สัดส่วนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศแบ่งเป็นดีเซล 48% และแก๊สโซฮอล์ 23% ของการใช้น้ำมันทั้งหมด ส่งผลให้ภาครัฐจำเป็นต้องทยอยยกเลิกมาตรการตรึงราคาน้ำมัน และปล่อยให้ราคาขายปลีกลอยตัวตามกลไกตลาด เพื่อรักษาเสถียรภาพของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของราคาน้ำมันได้สร้างแรงกดดันต่อภาคประชาชนและภาคธุรกิจ ทั้งต้นทุนค่าขนส่งสินค้า ค่าเดินทาง รวมถึงต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

วิกฤตพลังงานดันบทบาท “พลังงานชีวภาพ” เพิ่มขึ้น

ttb analytics วิเคราะห์ว่า วิกฤตพลังงานรอบนี้ไม่ใช่เพียงปัญหาต้นทุนระยะสั้น แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ทำให้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะไบโอดีเซลและเอทานอล เข้ามามีบทบาทในโครงสร้างพลังงานของประเทศมากขึ้น เพื่อช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิล

ในปี 2568 ประเทศไทยมีการใช้น้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซลเฉลี่ยในรูปแบบ B5 และมีการใช้เอทานอลผสมในแก๊สโซฮอล์ในสัดส่วนเฉลี่ย 10.9% โดยไบโอดีเซลมีสัดส่วนการใช้เฉลี่ย 3.6 ล้านลิตรต่อวัน ส่วนเอทานอลอยู่ที่ 3.4 ล้านลิตรต่อวัน

อย่างไรก็ตาม การใช้พลังงานชีวภาพในอดีตยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากราคาพลังงานชีวภาพยังสูงกว่าพลังงานฟอสซิล ทำให้การขยายตัวของสัดส่วนการใช้งานไม่สูงมากนัก

แต่เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้พลังงานทดแทนเริ่มมีความคุ้มค่ามากขึ้น และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการนำเข้าพลังงานของประเทศ

ไบโอดีเซล: ดัน B20 เพิ่มสัดส่วน ลดดีเซลนำเข้าได้สูงสุด 6.6 ล้านลิตรต่อวัน

ttb analytics ระบุว่า ไบโอดีเซลของไทยมีความยืดหยุ่นสูงต่อการกำหนดนโยบายภาครัฐ ผ่านการปรับสัดส่วนผสมในน้ำมันดีเซลตามสถานการณ์ผลผลิตปาล์มน้ำมันและราคาตลาด

ปี 2569 ภาครัฐมีการปรับสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นจาก B5 เป็น B7 ในบางช่วงเวลา พร้อมทั้งเข้มงวดการบริหารจัดการสต็อกน้ำมันปาล์มดิบ โดยกำหนดให้การส่งออกต้องขออนุญาตก่อนทุกครั้ง เพื่อเพิ่มปริมาณวัตถุดิบสำหรับการผลิตพลังงานในประเทศ

ผลจากการบริหารจัดการดังกล่าว ทำให้สต็อกน้ำมันปาล์มดิบที่สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นเป็น 1.9–2.0 ล้านตัน จากเดิม 0.9–1.0 ล้านตัน

ในขณะเดียวกัน ภาครัฐยังผลักดันการใช้ดีเซล B20 อย่างจริงจัง โดยขยายสถานีบริการที่มีหัวจ่าย B20 เพิ่มขึ้น พร้อมกำหนดให้ราคามีส่วนต่างต่ำกว่า B7 อย่างมีนัยสำคัญ เพื่อจูงใจการใช้งานในภาคขนส่ง โดยเฉพาะรถบรรทุกและรถกระบะ รวมถึงการรองรับรถยนต์เครื่องยนต์เก่าที่สามารถปรับมาใช้ B20 ได้

ภายใต้สมมติฐานการเพิ่มสต็อกน้ำมันปาล์มดิบจากส่วนที่เคยส่งออกทั้งหมด และการผลักดัน B20 อย่างต่อเนื่อง ttb analytics ประเมินว่า ในปี 2569 อัตราการผสมไบโอดีเซลในภาพรวมจะเพิ่มจาก 6.5% เป็นสูงสุด 14.6% ส่งผลให้ความต้องการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มเป็น 10.2 ล้านลิตรต่อวัน

ผลลัพธ์ดังกล่าวจะช่วยลดการใช้น้ำมันดีเซลบริสุทธิ์ได้สูงสุดเฉลี่ย 6.6 ล้านลิตรต่อวัน หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม ttb analytics ระบุว่า แม้ B20 จะถูกวางบทบาทเป็นน้ำมันทางเลือกหลัก แต่การขยายการใช้งานในเชิงปฏิบัติยังต้องอาศัยการผลักดันหลายด้าน ทั้งการเพิ่มจำนวนรถที่รองรับ B20 การปรับปรุงเครื่องยนต์ในรถขนส่งเก่า และการบริหารจัดการปาล์มน้ำมันให้มีต้นทุนที่เหมาะสม

เอทานอล: ใช้กลไก “ราคา” กระตุ้น E20 ลดใช้น้ำมันเบนซินได้ 0.6 ล้านลิตรต่อวัน

ด้านเอทานอล ttb analytics ระบุว่า มีข้อจำกัดด้านมาตรฐานเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ ทำให้ไม่สามารถปรับสัดส่วนการผสมได้ยืดหยุ่นเท่าไบโอดีเซล โดยมีสูตรผสมหลักคือ E10, E20 และ E85

อย่างไรก็ตาม รถยนต์เบนซินเกือบทั้งหมดในปัจจุบันสามารถรองรับ E20 ได้แล้ว ทำให้แนวนโยบายหลักจึงมุ่งไปที่การใช้มาตรการด้านราคาและภาษี เพื่อสร้างแรงจูงใจในการบริโภค

ในปี 2568 ความต้องการใช้เอทานอลอยู่ที่เฉลี่ย 3.4 ล้านลิตรต่อวัน โดยถูกใช้ในแก๊สโซฮอล์ E10 เป็นสัดส่วน 71% และส่วนที่เหลือเป็น E20 เป็นหลัก

สำหรับแนวโน้มปี 2569 คาดว่าความต้องการใช้เอทานอลจะเพิ่มขึ้นเป็น 4.0 ล้านลิตรต่อวัน โดยเฉพาะในกลุ่ม E20 ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง จากมาตรการรัฐที่อุดหนุนส่วนต่างราคาให้แก๊สโซฮอล์ E20 มีราคาต่ำกว่า E10 ถึง 5–7 บาทต่อหน่วย จากเดิมที่ต่างกันเพียง 2–3 บาท

ผลจากมาตรการดังกล่าว ทำให้สัดส่วนการใช้งานเอทานอลในภาพรวมเพิ่มขึ้นจาก 10.9% เป็น 12.8% และสามารถลดการใช้น้ำมันแก๊สโซลีนได้เฉลี่ย 0.6 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.5 พันล้านบาทต่อปี

ในด้านอุปทานวัตถุดิบ ttb analytics ระบุว่า ประเทศไทยยังมีความพร้อม โดยเฉพาะกากน้ำตาลที่ถูกใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล เนื่องจากต้นทุนต่ำและมีประสิทธิภาพการแปรรูปสูง ขณะที่มันสำปะหลังถูกใช้ในสัดส่วนที่ต่ำกว่า เพราะมีการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นเป็นหลัก เช่น แป้งและอาหารสัตว์

สรุปภาพรวม: พลังงานชีวภาพคือจุดเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไทย

ttb analytics สรุปว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจทำให้ราคาน้ำมันไม่สามารถกลับไปสู่ระดับเดิมในระยะสั้นได้อีก

ดังนั้น ไบโอดีเซลและเอทานอลจึงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะพลังงานทดแทน โดยประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตทั้งสองประเภท แต่มีความแตกต่างด้านโครงสร้างตลาดและข้อจำกัดเชิงนโยบาย

ไบโอดีเซลมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถปรับสัดส่วนตามนโยบายรัฐเพื่อบริหารสมดุลตลาดปาล์มน้ำมันได้ ขณะที่เอทานอลมีข้อจำกัดด้านเครื่องยนต์และมาตรฐานเชื้อเพลิง จึงต้องอาศัยมาตรการด้านราคาและภาษีจากภาครัฐเป็นหลัก

ข้อเสนอเชิงนโยบายของ ttb analytics

ttb analytics เสนอแนวทางสำคัญเพื่อสร้างความยั่งยืนของระบบพลังงานไทย ได้แก่

  1. คงสัดส่วนการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพให้อยู่ในระดับเหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคการผลิตต้นน้ำ แม้ในช่วงราคาน้ำมันโลกปรับลด
  2. เร่งวิจัยและพัฒนาเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ เช่น พันธุ์พืช การผลิต และเทคโนโลยีการหมัก
  3. ผลักดันให้ B20 และ E20 เป็นมาตรฐานเชื้อเพลิงของรถยนต์รุ่นใหม่ พร้อมสนับสนุนการปรับปรุงรถขนส่งเก่าให้รองรับการใช้งาน
  4. วางแผนระยะยาวร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร เพื่อสร้างสมดุลทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน

ttb analytics ระบุว่า หากดำเนินนโยบายได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ลดการนำเข้าน้ำมัน ลดมลพิษทางอากาศ เพิ่มรายได้เกษตรกร และยกระดับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน

TAGS: #ttbanalytics #พลังงานไทย #น้ำมันแพง #วิกฤตพลังงาน #ไบโอดีเซล #B20 #เอทานอล #E20