กบง.ไฟเขียวแนวทางลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 ระยะ รวม 8 บาท/ลิตร

กบง.ไฟเขียวแนวทางลดราคาหน้าโรงกลั่น 2 ระยะ รวม 8 บาท/ลิตร
‘เอกนัฏ’ทุบโต๊ะหั่นราคาหน้าโรงกลั่นรวม 8 บาท 2 ระยะบรรเทาผลกระทบประชาชน กู้แค่ 2 หมื่นล้านพยุงกองทุนน้ำมันฯ มั่นใจบริหารจัดการหนี้ได้

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รมว.พลังงานพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพของประชาชน และดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานของประเทศในช่วงภาวะวิกฤตพลังงาน โดยกำหนดอัตราปรับลดราคา ณ โรงกลั่นใหม่สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว บี0 บี7 และบี20 เป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงวันที่ 24 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 จากเดิมปรับลดไปแล้ว 2 บาท เพิ่มอีก 3 บาท รวมเป็นปรับลด 5 บาทต่อลิตร และช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 3 บาทต่อลิตร

 

ทั้งนี้การพิจารณามาตรการดังกล่าวเป็นผลจากการติดตามสถานการณ์ด้านราคาน้ำมันและต้นทุนการกลั่นอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากที่ กบง. มีมติเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เห็นชอบให้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง 2.00 บาทต่อลิตร และได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นต้นมา เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและลดราคาขายปลีกน้ำมันแก่ประชาชน

 

ขณะที่จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนในการกลั่นน้ำมันดิบจนเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันในช่วงวันที่ 1–16 เมษายน 2569 พบว่า เมื่อพิจารณาตามหลักการที่คำนึงถึงต้นทุนส่วนเพิ่มจากสถานการณ์ผิดปกติช่วงวิกฤตพลังงาน อาทิ Crude Premium, Product Premium, War Risk Premium, ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย ยังปรากฏผลประโยชน์ส่วนเกินของกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่ 3.43 บาทต่อลิตร จึงเห็นควรนำผลประโยชน์ส่วนเกินดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม ภายใต้การคำนึงถึงความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของโรงกลั่นน้ำมันด้วย

 

“การคำนวณในช่วงต้นเดือนเมษายน พบว่าค่าการกลั่นเฉลี่ยสูงขึ้น เมื่อหักลบต้นทุนจริงที่ผู้ประกอบการทั้ง 6 รายเสนอมา  พบว่ามีผลประโยชน์ส่วนเกินในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนเมษายนมากกว่า 5,000 ล้านบาท จึงนำส่วนนี้มาบริหารจัดการเป็นส่วนลด ซึ่งการลดราคาหน้าโรงกลั่น 5 บาท ไม่ได้หมายความว่าจะลดราคาหน้าปั๊มลง 5 บาททันที แต่จะนำเงินส่วนนี้ไปบริหารจัดการใน 2 แนวทางหลักคือ ลดราคาหน้าปั๊ม บางส่วนให้ประชาชน และลดภาระหนี้กองทุนน้ำมันฯ”

 

ปัจจุบันฐานะเงินกองทุนน้ำมันฯติดลบอยู่กว่า 6  หมื่นล้านบาท  การบริหารสภาพคล่องรัฐบาลพยายามใช้เงินกู้ให้อยู่ในกรอบ พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันฯ ซึ่งไม่เกิน 2 หมื่นล้านบาท เพื่อไม่ให้เป็นภาระการคลังที่ต้องค้ำประกันเงินกู้จำนวนมหาศาลถึงหลักแสนล้าน

 

นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ดำเนินการปรับปรุงแบบฟอร์มการรายงานข้อมูลจากโรงกลั่นน้ำมันให้มีมาตรฐานมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถแยกรายละเอียดต้นทุนและองค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วนและแม่นยำมากขึ้น อันจะช่วยสนับสนุนการกำกับดูแลโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง

 

อย่างไรก็ตามมาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน เป็นการดูแลสมดุลระหว่างค่าครองชีพของประชาชนกับเสถียรภาพพลังงานของประเทศ โดยมุ่งบรรเทาภาระให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเดินหน้ามาตรการปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว โดยจะจัดทำและประกาศ กบง. เรื่อง การปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ฉบับที่ 2 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ยังต้องติดตามการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงเย็นวันนี้(23เม.ย.) จะมีการพิจารณาปรับลดอัตราจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯในสัดส่วนเท่าไหร่  เพื่อที่จะให้มีผลต่อราคาขายปลีกหน้าปั๊ม

 

 

 

TAGS: #ราคาหน้าโรงกลั่น #ดีเซล #กองทุนน้ำมัน