กนอ.เอ็มโอยู ‘ดับเบิ้ลพี แลนด์’ขยายพื้นนิคมฯฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ รับกระแสยานยนต์ไฟฟ้า ชูโมเดลนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะใน EEC
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงแนบท้ายสัญญาร่วมดำเนินงานขยายพื้นที่โครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ (ส่วนขยาย) ว่า กนอ.เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ ซึ่งเป็นโครงการระบบกักเก็บพลังงาน และ EV Cluster ที่สอดรับกับแนวโน้มการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก
“กนอ.มุ่งขับเคลื่อนผ่านนโยบาย Ease of Doing Business เพื่อยกระดับกระบวนการอนุมัติอนุญาตให้มีความรวดเร็วและโปร่งใส ด้วยการนำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart I.E.) มาใช้ลดขั้นตอนทางราชการ โดยมีเป้าหมายคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเศรษฐกิจและผลักดันการเติบโตของ GDP ภาคอุตสาหกรรมของประเทศ พร้อมส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับการลงทุนที่ยั่งยืน ซึ่งการขยายพื้นที่ในครั้งนี้จะนำไปสู่การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลและการสร้างงานใหม่ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม”
ด้านนางนิภา รุกขมธุร์ รองผู้ว่าการ (ยุทธศาสตร์) กนอ. กล่าวเสริมว่า การขยายพื้นที่ในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากมติคณะกรรมการ กนอ. เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ต้องการรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ โดยโครงการตั้งอยู่บนจุดยุทธศาสตร์ในตำบลเขาดิน อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 3702 และอยู่ห่างจากจุดพักรถมอเตอร์เวย์เพียง 1 กิโลเมตร โดยการขยายพื้นที่นั้นจะเป็นการนำพื้นที่เดิมจำนวน 1,181 ไร่ มาผนวกรวมกับส่วนขยายอีกประมาณ 691 ไร่ ส่งผลให้โครงการมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 1,872 ไร่ โดยใช้เงินลงทุนในพื้นที่ส่วนขยายประมาณ 1,920 ล้านบาท ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมูลค่าการลงทุนในโรงงานได้สูงถึง 5,000 ล้านบาท และก่อให้เกิดการจ้างงานใหม่ถึง 3,535 คน
ขณะที่นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา กรรมการบริษัท ดับเบิ้ลพี แลนด์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯมีความมุ่งมั่นในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Estate) เพื่อสร้างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานความจุสูง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเบา พร้อมยกระดับด้วยระบบสาธารณูปโภคอัจฉริยะ ทั้งการจัดการน้ำผ่านระบบบำบัดน้ำเสียแบบตะกอนเร่งที่มีศักยภาพบำบัดได้ 8,662 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และนำเทคโนโลยี Reverse Osmosis มาใช้เพื่อหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่
รวมถึงการจัดสรรพื้นที่สีเขียวและแนวกันชนเชิงนิเวศ (Eco-Belt) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่โครงการ ขณะที่ด้านพลังงานและการรักษาความปลอดภัย โครงการฯ จะได้รับการสนับสนุนจากไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอบางปะกง โดยคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้ารวม 287 เมกะวัตต์ และมีพลังงานทดแทนเป็นทางเลือกเสริม พร้อมทั้งติดตั้งกำแพงป้องกันน้ำท่วมสูง 2.7 เมตร และบ่อหน่วงน้ำจำนวน 4 บ่อ ที่มีความจุรวม 282,556 ลูกบาศก์เมตร
สำหรับโครงการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ (ส่วนขยาย) ขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบรายงาน EIA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดระยะเวลาพัฒนาโครงการประมาณ 2 ปี ภายหลังจากได้รับการประกาศเขตนิคมฯ ส่วนขยาย และคาดว่าจะพร้อมเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบในปี 2571 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของภูมิภาค