ค่าเงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าขึ้นเร็ว ตามดอลลาร์อ่อนและแรงหนุนจากความหวังสงครามคลี่คลาย นักวิเคราะห์เตือนยังผันผวนสูง มีโอกาสแกว่งได้ทั้งแข็งและอ่อน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าที่ระดับ 32.54 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นมากจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.95 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างคืนที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องเข้าใกล้แนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เคลื่อนไหวในกรอบ 32.51–33.00 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยหลักมาจากกระแสข่าวความเป็นไปได้ในการเจรจายุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศตลาดการเงินเข้าสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง พร้อมกับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงสู่ระดับประมาณ 4.30% ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรง โดยดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 2.91% และ Nasdaq พุ่ง 3.83% จากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางการติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีโอกาสราว 38% ที่จะลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ สะท้อนความคาดหวังว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจคลี่คลายได้ในระยะสั้น
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า ค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงผันผวนสูงแบบ Two-Way Risk โดยหากสถานการณ์คลี่คลายต่อเนื่อง เงินบาทอาจแข็งค่าทะลุ 32.50 และมีโอกาสทดสอบระดับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ แต่การแข็งค่าอาจเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากมีแรงกดดันจากธุรกรรมจ่ายเงินปันผลของนักลงทุนต่างชาติในช่วงไตรมาส 2
ในทางกลับกัน หากสถานการณ์กลับมารุนแรง เงินดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าอีกครั้ง ซึ่งจะกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 33.00–33.50 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 32.40–32.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังต้องติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด