ค่าเงินบาทเปิดเช้าแข็งค่าขึ้นมาก แตะ 32.48 บาทต่อดอลล่าร์ ตามเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง หลังตลาดคลายกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลาง แต่ยังผันผวนสูงและเสี่ยงเคลื่อนไหวสองทิศทาง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นมากจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.04 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าต่อเนื่องจนเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง 32.10-33.06 บาทต่อดอลลาร์
การแข็งค่าของเงินบาทสอดคล้องกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังตลาดการเงินคลายกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จากสัญญาณการชะลอการใช้มาตรการทางทหารของสหรัฐฯ ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปรับตัวขึ้น ขณะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ปรับลดลงสู่ระดับประมาณ 4.35%
ด้านราคาทองคำสามารถรีบาวด์ขึ้นสู่โซน 4,400-4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามแรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของสินทรัพย์เสี่ยงและทองคำเริ่มชะลอลง เนื่องจากตลาดยังคงกังวลต่อความไม่แน่นอนของสถานการณ์ดังกล่าว
นักวิเคราะห์มองว่า แนวโน้มเงินบาทยังมีความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง โดยหากสถานการณ์คลี่คลายต่อเนื่อง เงินบาทอาจแข็งค่าทดสอบระดับต่ำกว่า 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ แต่หากความตึงเครียดกลับมารุนแรง อาจเห็นเงินบาทอ่อนค่ากลับไปที่โซน 33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสแตะ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ในระยะถัดไป
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก รวมถึงกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2 ที่อาจมีแรงกดดันจากธุรกรรมจ่ายเงินปันผลของนักลงทุนต่างชาติ
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าเงินบาทจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.80 บาทต่อดอลลาร์