เจาะแผนรับมือวิกฤตราคาน้ำมัน ปรับเพดานดีเซล 33 บาทต่อลิตร ก่อนกองทุนน้ำมันฯ แบกหนี้แตะ 5 หมื่นล้าน!

เจาะแผนรับมือวิกฤตราคาน้ำมัน ปรับเพดานดีเซล 33 บาทต่อลิตร ก่อนกองทุนน้ำมันฯ แบกหนี้แตะ 5 หมื่นล้าน!

ท่ามกลางกองไฟสงครามในตะวันออกกลางที่โหมกระหน่ำ ราคาพลังงานโลกผันผวนรุนแรงยิ่งกว่าวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลให้ "ปราการด่านสุดท้าย" อย่างกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไทยเข้าสู่ภาวะวิกฤต กระทรวงพลังงานตัดสินใจงัดมาตรการ "Exit Strategy" ปรับฐานราคาดีเซลสู่เพดาน 33 บาท พร้อมชู E20 เพื่อลดนำเข้าน้ำมัน และส่งเสริมเกษตรกร

•วิกฤตซ้อนวิกฤต: ตะวันออกกลางระอุ ดันต้นทุนพุ่ง

ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและกองกำลังร่วมสหรัฐฯ-อิสราเอล กลายเป็นปัจจัยลบที่ควบคุมไม่ได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อฐานะการเงินของไทย นโยบายรัฐบาลที่ตรึงราคาน้ำมันช่วง 15 วันจนถึงวันที่ 17 มีนาคม 2569 ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องชดเชยราคาดีเซลสูงถึง 20.36 บาทต่อลิตร เพื่อตรึงราคาไว้ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นภาระมหาศาลวันละกว่า 2,000 ล้านบาท หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป คาดการณ์ว่าสิ้นเดือนมีนาคม 2569 นี้ กองทุนน้ำมันฯ จะติดลบพุ่งสูงถึง 45,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่ากังวลต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ

•Roadmap พลังงาน: 3 กลยุทธ์ฝ่าวิกฤต

1. ทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล โดยวางเพดานไว้ไม่เกิน 33 บาท/ลิตร เริ่ม 18 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อลดแรงกระแทกต่อค่าครองชีพ แทนการปรับขึ้นแบบก้าวกระโดด

2. ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก  "E20 & Bio-Diesel" โดย Gasohol E20 ปรับลดราคาลง 79 สตางค์ สวนทางน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 (E10) ที่ขึ้น 1 บาท ทำให้ E20 ถูกกว่าถึง 5 บาท! เพื่อจูงใจให้คนไทยใช้ "น้ำมันที่ผลิตเองได้ในประเทศ" จากหยาดเหงื่อเกษตรกร ลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมันดิบ

ส่วนไบโอดีเซล B10 & B20 เตรียมดันน้ำมันดีเซลทางเลือกสำหรับรถขนส่งและเรือประมงในราคาพิเศษ เพื่อคุมต้นทุนโลจิสติกส์ไม่ให้กระทบราคาสินค้าอุปโภคบริโภค

3. ปลดล็อก Supply Chain โดยสั่งการคลังน้ำมันเปิด 24 ชม. และผ่อนปรนกฎระเบียบรถขนส่งน้ำมัน เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนตามสถานีบริการ ย้ำประชาชน "ไม่ต้องกักตุน" ปริมาณน้ำมันมีเพียงพอ

นอกจากนี้ยังมีมุมมองผู้เชี่ยวชาญ: "การชดเชยไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน"

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า รัฐควรใช้ Exit Strategy อย่างค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่กับการใช้กลไกภาษีสรรพสามิตและวงเงินกู้ 40,000 ล้านบาทเพื่อเสริมสภาพคล่อง แต่หัวใจสำคัญคือการ "ปรับพฤติกรรม" ของทุกภาคส่วน ซึ่งการนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาใช้ ก็คือเงินของประชาชน ซึ่งเป็นการดึงเงินอนาคตมาในการอุดหนุน จำนวนมหาศาล ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือความร่วมมือในการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง

บทสรุป: ไทยจะผ่านวิกฤตนี้ได้อย่างไร?

ศึกพลังงานครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ภาครัฐต้องเร่งบริหารสมดุลระหว่าง "การคลัง" และ "ค่าครองชีพ" ขณะที่ภาคประชาชนต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคพลังงานทางเลือกอย่างจริงจัง

ถึงเวลาที่คนไทยต้องร่วมมือกัน ประหยัดพลังงาน ใช้ E20/B20 และติดตามข่าวสารอย่างมีสติ เพื่อก้าวผ่านพายุเศรษฐกิจลูกนี้ไปด้วยกัน

 

TAGS: #EconomicScoop #วิกฤตพลังงาน69 #ราคาน้ำมัน #ดีเซล33บาท #E20ทางเลือกใหม่ #กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง #EnergySecurity #เศรษฐกิจไทย