‘อรรถพล’เกาะติดราคาน้ำมันโลกใกล้ชิดจากปมร้อนภูมิรัฐศาสตร์ วางแผนใช้กองทุนน้ำมันฯดูแลดีเซล พร้อมบริหารสภาพคล่องดันฐานะกลับมาเป็นบวกกว่าพันล้านบาท
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์ ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น ซึ่งราคาดีเซลตั้งแต่ต้นปีปรับเพิ่มขึ้นถึง 10 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลหรือขยับจาก77 ดอลลาราสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ราว 87-88 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
ทั้งนี้แม้ราคาต้นทุนน้ำมันได้ปรับเพิ่มขึ้น แต่กระทรวงฯยังใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือในการพยุงราคาไม่ให้ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะดีเซลใช้กองทุนฯดูแล ด้วยการลดการจัดเก็บลงไปแล้ว 2 บาท/ลิตร เหลือจัดเก็บ 20 สตางค์ต่อลิตร เป้าหมายสำคัญดูแลๆไม่ให้ดีเซลไปกระทบค่าครองชีพประชาชน
ปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯมีสถานะที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยอาศัยในช่วงที่ราคาน้ำมันลดลงได้ทยอยเพิ่มรายได้ด้วยการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ซึ่งบริหารให้เหมาะสม จนทำให้กลับมาเป็นบวกจากก่อนหน้าที่ติดลบมาโดยตลอด
นายอรรถพล กล่าวว่า กระทรวงฯติดตามสถานการณ์โลก ควบคู่ไปกับการบริหารกองทุนน้ำมันฯเพื่อใช้รักษาเสถียรภาพราคา โดยไม่ขึ้นราคาดีเซล และตรึงราคาขายก๊าซหุงต้ม(LPG) ครัวเรือนไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กก.จนถึงสิ้นเดือนมี.ค.นี้ ซึ่ง ตั้งแต่มารับตำแหน่งช่วงเดือนตุลาคม 2568 จนล่าสุดวันนี้ (5 ก.พ .69) ฐานะกองทุนน้ำมันปรับตัวดีขึ้น มีเงินไหลเข้า จากก่อนหน้าที่ติดลบ 14,754 ล้านบาท มาเป็นบวกประมาณ 1,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามกองทุนฯน้ำมันอยู่ระหว่างการทบทวนแผนวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงหลังจากปี 2563-2567 ที่กำหนดกรอบราคาขายปลีกดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ตรึงราคาขายก๊าซหุงต้มครัวเรือนไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กก. โดยแผนใหม่ปี 2568-2572 จะทบทวนว่า สถานการณ์ใดจะเข้าข่ายเป็นวิกฤต และควรช่วยเหลือประชาชนอยู่ที่ระดับใด