กรมธุรกิจพลังงานปรับสมมติฐานใหม่แผนการจัดการน้ำมันหลังขยับ Net Zero เร็วขึ้น ขณะที่แนวโน้มการใช้น้ำมันยังโตต่อเนื่องมีรูปแบบใหม่ๆเกิดขึ้น ยังไม่เห็นจุดพีคที่ชัดเจน
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงแผนงานในปี 2569 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนแผนบริหารน้ำมันเชื้อเพลิง( Oil Plan ) เพื่อให้สอดคล้องกับการประกาศปรับเป้าหมาย ให้เร็วขึ้น 15 ปี จากเดิมปี 2065 สู่ปี 2050
นอกจากนี้ยังมีการประเมินความต้องการน้ำมันทั่วโลกจะชะลอตัวลงและแตะจุดสูงสุดหรือ Oil Peak เลื่อนออกไปจากเดิมปี 2030 เพราะแนวโน้มการใช้น้ำมันยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยยังไม่กำหนดชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นปีไหน ขณะเดียวกันรูปแบบการใช้น้ำมันก็เพิ่มขึ้น แม้จะมีความนิยมของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่ก็ยังไม่ได้ทดแทนน้ำมันทันที ด้านการสัญจรทางอากาศ หรือทางเรือก็มีอัตราการเติบโต
ทั้งนี้สิ่งที่ต้องติดตามอีกเรื่องคือ การเข้ามาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูง ทั้งที่เป็นไฟฟ้าสีเขียวและไฟฟ้าปกติ แต่หลักการสำคัญคือห้ามไฟฟ้าดับ ดังนั้นทุกบริษัทจำเป็นต้องมีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองที่ใช้น้ำมัน อย่างกรณีที่จีนบริษัท V-Net ดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ อันดับ 2 ของโลกต้องใช้ไฟฟ้าขนาด 300 เมกะวัตต์ ต้องเตรียมเครื่องปั่นไฟกว่า 300 เครื่องพร้อมกับสต๊อกน้ำมันดีเซลไว้
สำหรับประเทศไทยกลุ่มที่เข้ามาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 20 รายได้ติดต่อกรมธุรกิจพลังงานเพื่อขออนุมัติถังสำรองเก็บน้ำมัน แต่ละรายต้องการรายละ 100 ถัง เก็บน้ำมันได้รวม 3 ล้านลิตร ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าการใช้น้ำมันยังมีการขยายตัวแต่อาจเปลี่ยนรูปแบบของการใช้
“การจัดทำแผนน้ำมันต้องมองปัจจัยใหม่ๆที่เกิดขึ้น ทั้งดีมานด์ เทรนด์โลกด้านพลังงาน การบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวภาพ เอทานอล บี 100 น้ำมัน SAF ส่วนการใช้รถ EV ตอนนี้เริ่มชะลอตัวเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ที่โตแบบก้าวกระโดด รวมถึงปีนี้ต้องไปดูผลกระทบหลังกองทุนน้ำมันฯยกเลิกการชดเชยน้ำมันชีวภาพ จะทำยังไงมีผลกระทบอะไรบ้าง ประเด็นเหล่านี้ต้องจัดทำเป็นร่างแผนนั้นไว้เพื่อรอเสนอรมว.พลังงานคนใหม่”
นายสราวุธ กล่าวถึง แผนการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งน้ำมันทางท่อ โครงการท่อส่งน้ำมันสระบุรี-อ่างทอง หรือท่อส่งน้ำมันเชื่อมต่อสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะที่ 3 เส้นทางจากคลังน้ำมันสระบุรีไปยังคลังน้ำมันลำปาง ระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มก่อสร้างแล้วหลังรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้รับการอนุมัติคาดจะแล้วเสร็จปีหน้า โดยข้อดีของโครงการดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณการขนส่งน้ำมันทางถนน
นอกจากนี้ยังเตรียมหารือกับกรมสรรพสามิตเพื่อขอผ่อนปรนการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันคลังน้ำมันปลายทาง ไม่ใช่เฉพาะคลังต้นทางในกรุงเทพฯ ชลบุรี และระยองเท่านั้น เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ เนื่องจากการขนส่งน้ำมันทางถนน จะถูกเก็บภาษีผ่านมิเตอร์ดิจิทัล ณ จุดเริ่มต้นที่คลังน้ำมัน ใช้เวลาขนส่งไปยังปลายทางอีก 2-3 วัน กว่าจะสามารถจำหน่ายน้ำมันได้