เบบี้แอนด์มัมฯ เผยคู่สมรสไทยยุคใหม่หันใส่ใจการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์มากขึ้น สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเมื่อเกิดปัญหา สู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยแนวโน้มสำคัญของตลาดสุขภาพการเจริญพันธุ์ในประเทศไทย พบว่าคู่สมรสไทยยุคใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์มากขึ้น โดยไม่รอให้เข้าสู่ภาวะมีบุตรยากหรือมีอายุเกิน 35 ปี สะท้อนการเปลี่ยนผ่านด้านแนวคิดการดูแลสุขภาพ จากรูปแบบ “รักษาเมื่อเกิดปัญหา” ไปสู่ “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน” อย่างเป็นระบบ
นายเรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร (CEO) บริษัท เบบี้แอนด์มัม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัญหาภาวะมีบุตรยากกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของสังคมไทย ควบคู่กับอัตราการเกิดของเด็กที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากแนวโน้มการแต่งงานช้า การมีบุตรในช่วงอายุที่สูงขึ้น วิถีชีวิตเร่งรีบ ภาวะเศรษฐกิจ ความเครียด รวมถึงพฤติกรรมด้านสุขภาพที่เปลี่ยนไป ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเจริญพันธุ์ของทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
“การเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์จึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่กำลังกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการวางแผนครอบครัวในยุคใหม่ ความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์มีบทบาทสำคัญมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา” นายเรืองศักดิ์กล่าว
ด้าน ครูก้อย – นัชชา ลอยชูศักดิ์ ครูวิทยาศาสตร์ผู้ก่อตั้งคลังความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์ BabyAndMom.co.th เปิดเผยว่า จากประสบการณ์การให้ความรู้ด้านการเตรียมตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่องมากกว่า 9 ปี พบว่า ในช่วงแรกแหล่งข้อมูลสำหรับผู้มีบุตรยากยังมีจำกัด ทำให้หลายครอบครัวขาดความรู้และแนวทางในการเตรียมร่างกายอย่างถูกต้องก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษาทางการแพทย์ ส่งผลให้ต้องเผชิญกับการรักษาซ้ำหลายครั้ง และแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะมีบุตรยากเริ่มตั้งแต่ระดับ 10,000–50,000 บาท สำหรับการทำ IUI ไปจนถึงการทำ ICSI หรือเด็กหลอดแก้ว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000–400,000 บาทต่อครั้ง สะท้อนให้เห็นว่า การขาดองค์ความรู้ด้านการเตรียมความพร้อม ไม่เพียงลดโอกาสในการตั้งครรภ์ แต่ยังเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของครอบครัวอีกด้วย
BabyAndMom.co.th จึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านภาวะเจริญพันธุ์ ที่เชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เข้ากับการดูแลสุขภาพในชีวิตจริง ครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมร่างกายก่อนตั้งครรภ์ การวางแผนช่วงตกไข่ โภชนาการสำหรับผู้มีบุตรยาก ไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนและหลังการรักษาทางการแพทย์ รวมถึงข้อมูลด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
นอกจากนี้ เบบี้แอนด์มัมฯ ยังเป็นพื้นที่รวมประสบการณ์ของผู้มีบุตรยากผ่านรายการ “สักวันฉันจะเป็นแม่” ซึ่งมีมากกว่า 176 ตอน กลายเป็นชุมชนแลกเปลี่ยนความรู้และกำลังใจสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาการมีบุตร พร้อมด้วยรายการ “ครูก้อยพบแพทย์” ที่ร่วมพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะเจริญพันธุ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการแพทย์ในรูปแบบเข้าใจง่าย และรายการ “Research Talk” ที่นำเสนองานวิจัยด้านภาวะเจริญพันธุ์และสุขภาพผู้หญิงจากระดับนานาชาติ เพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตจริง
นายเรืองศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ติดตามของเบบี้แอนด์มัมฯ มีแนวโน้มขยายจากกลุ่มผู้มีบุตรยาก ไปสู่คู่สมรสที่เริ่มวางแผนการมีบุตรตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิตคู่ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการทำความเข้าใจปัจจัยด้านภาวะเจริญพันธุ์อย่างรอบด้าน
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนภาพรวมของตลาดที่กำลังเติบโตอย่างชัดเจน และสอดคล้องกับเป้าหมายของเบบี้แอนด์มัมฯ ในการ “ยกระดับความรู้และความเข้าใจด้านภาวะมีบุตรยากในสังคมไทย” เพื่อช่วยให้คู่สมรสสามารถวางแผนการมีบุตรได้อย่างมีเหตุผล บนพื้นฐานของหลักวิทยาศาสตร์ และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของแม่และเด็กในระยะยาว