คิกออฟ!!! เมืองการบินอู่ตะเภา เดินหน้าพัฒนา Airport City

คิกออฟ!!! เมืองการบินอู่ตะเภา เดินหน้าพัฒนา Airport City
สกพอ. ร่วมลงนาม UTA เริ่มต้นโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ หลังช้ากว่า 5 ปีครึ่ง กดปุ่ม เดือนก.พ. นี้ หวังช่วยดึงนักลงทุนระดับโลก สู่เป้าหมาย World Class Destination

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO  เปิดเผยหลังร่วมลงนามกับบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ในข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ว่า เป็นการเริ่มต้นการดำเนินโครงการฯ อย่างเป็นทางการ ภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ บริษัท UTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้างและการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (HSR) ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงการฯ

ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ภาครัฐและนักลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยบริษัท UTA จะเริ่มต้นพัฒนาโครงการในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน โดยจากการสละสิทธิเงื่อนไขดังกล่าว สกพอ. เตรียมดำเนินการส่งหนังสือแจ้งให้ UTA เริ่มนับระยะเวลาโครงการ (Notice to Proceed หรือ NTP) ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้โครงการเริ่มต้นการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยหลังจากการออก NTP แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขผลกระทบโครงการฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ภายหลังจากการแจ้ง NTP โครงการฯ บริษัท UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนามบินที่จำเป็น โดยเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสารและดึงดูดนักลงทุนต่อเนื่องในพื้นที่

 ปัจจุบันในพื้นที่โครงการฯ กองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 และได้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคสำคัญภายในสนามบิน เช่น ระบบผลิตน้ำประปา -บำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยานตามแผนงานที่วางไว้

 การลงนามฯ ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการยืนยันถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการผลักดันสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นเมืองการบินภาคตะวันออกที่ทันสมัย และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

ด้านนายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท  อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด กล่าวว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ ของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก หรือ EECa ผมขอขอบคุณในความร่วมมือของภาครัฐ ที่ทำให้เราสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้สำเร็จ และพร้อมเดินหน้าไปด้วยกัน เชื่อว่ามาตรการสนับสนุนตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ จะเป็นกลไกสำคัญ ในการขับเคลื่อนโครงการให้เดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้เชื่อมั่นว่า EECa จะช่วยดึงดูดนักลงทุนระดับโลก เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และส่งเสริมรายได้ ให้กับคนไทยได้ในระยะยาว เพื่อเป้าหมายสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (World Class Destination)  และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

 “นับตั้งแต่เราเริ่มเซ็นสัญญาเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก จนถึงวันนี้ ก็นับเป็นเวลาประมาณ 5 ปีครึ่ง แม้จะพบกับปัญหามากมาย ที่ทำให้โครงการต้องหยุดชะงัก แต่ด้วยพันธมิตรที่ไม่ยอมแพ้ และผลักดันโครงการกันอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดการลงนามร่วมกันเป็นครั้งที่ 4 ผมมั่นใจว่าการลงนามในครั้งนี้ จะทำให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น โดยโครงการแรกที่คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายปีนี้ บนพื้นที่ 6,500 ไร่ จะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรองรับนักลงทุน และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า EECa พร้อมเปิดรับนักลงทุนทุกคน และจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง” นายคีรี กล่าว

 

 

TAGS: #สกพอ. #UTA #สนามบินอู่ตะเภา #รถไฟไฮสปีด