โซฮอล์ E85 ไม่ได้ไปต่อ บทเรียนเปลี่ยนผ่านพลังงาน

โซฮอล์ E85 ไม่ได้ไปต่อ บทเรียนเปลี่ยนผ่านพลังงาน
ค่ายน้ำมันทยอยเลิกขาย E85 ไม่ตอบโจทย์ตลาด หลังดีมานด์ลด ภาครัฐลดการชดเชยราคา โครงสร้างราคาเปลี่ยนไป

หลายคนคงพอจำได้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงพลังงาน ที่ถูกวางบทบาทเป็นชนิดน้ำมันที่จะมาช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ  มีส่วนผสมของเอทานอล 85%  ที่เหลือเป็นเนื้อน้ำมัน 15% มีแผนส่งเสริมการใช้ควบคู่ไปกับ แก๊สโซฮอล์ E20 แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์91

ทั้งนี้ใช้จุดขายด้านราคาถูกและการใช้เอทานอลจากพืชผลการเกษตรในประเทศที่ในขณะนั้น มีราคาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับเนื้อน้ำมัน แต่วันนี้ E85 กำลังจะหายไปจากหัวจ่ายน้ำมันในปั๊มท่ามกลางยุคเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ล่าสุด บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) หรือ OR ประกาศยุติการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2569 หลังพบว่าตลาดมีความต้องการลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาครัฐลดการชดเชยราคา ส่งผลให้ราคาขายปลีก E85 มีราคาไม่แตกต่างจากแก๊สโซฮอล์ E20 มากนัก ซึ่งถือเป็นการปรับตัวของค่ายน้ำมันเพื่อบริหารจัดการพอร์ตผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับความต้องการตลาด อีกทั้งเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการสูงกว่า

หากมองย้อนกลับไปเมื่อ 18 ปีที่แล้ว การผลักดัน E85 เริ่มต้นจริงจังในช่วงหลังปี 2551 มีเป้าหมายสำคัญ 3  ด้านคือ ลดการพึ่งพานำเข้าน้ำมัน  ส่งเสริมพลังงานทดแทนคือการใช้เอทานอลผสมแทนน้ำมัน และการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เหมาะสม โดยรัฐใช้ทั้งมาตรการด้านราคา การส่งเสริมรถยนต์แบบ Flex Fuel Vehicle (FFV) และการขยายสถานีบริการ

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างตลาดกลับไม่เติบโตตามเป้าหมาย  E85 เคยเป็นน้ำมันที่มีราคาต่ำสุด 18-22 บาทต่อลิตร ส่วนต่างราคากับน้ำมันชนิดอื่น 5-8 บาท  ปัจจุบันกลับมีราคาใกล้เคียงหรือมีส่วนต่างที่ไม่มากเมื่อเทียบกับตระกูลโซฮอล ราคาขายขณะนี้ลิตรละ 26.59  บาท ส่วน E20 มีราคาลิตรละ 28.64 บาท ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรัฐทยอยลดการชดเชยราคา

ขณะที่ปัจจัยสำคัญอื่นๆคือจำนวนรถยนต์ที่รองรับ E85 มีจำกัดรวมถึงอัตราสิ้นเปลืองสูงกว่าน้ำมันเบนซินทั่วไป ตลอดจนพฤติกรรมผู้ใช้รถเปลี่ยนไป และเริ่มหันสู่ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มากขึ้น รวมถึงการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันไม่ได้สูงมาก  ทำให้ยอดจำหน่าย E85 เหลือเพียงวันละ 0.059  ล้านลิตร/วันจากที่เคยมียอด 0.901 ล้านลิตร

การถอนตัวของ OR เลิกจำหน่าย E85 ยังสอดคล้องกับทิศทางนโยบายพลังงานที่รัฐเริ่มโฟกัสไปที่ การปรับโครงสร้างน้ำมันพื้นฐาน ซึ่งจะถูกบรรจุในแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง โดยน้ำมันชนิดถัดไปที่จะถูกลดบาทคือ โซฮอล์91 เนื่องจากมีส่วนต่างราคาเทียบกับ E20 เพียง 1.84 บาท

ด้านบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับการยุติหรือคงการจำหน่าย E85  ซึ่งการตัดสินใจของบางจากอาจต้องพิจารณาในหลายมิติ ทั้งบทบาทด้านพลังงานสีเขียว ภาพลักษณ์องค์กร และการดูแลผู้ใช้รถที่ยังพึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดนี้อยู่

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า E85 กำลังทำหน้าที่เป็น “พลังงานช่วงเปลี่ยนผ่าน” (Transitional Fuel) ที่เสร็จสิ้นบทบาทตามกาลเวลา คงไม่ใช่ความล้มเหลวของนโยบาย แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค

ท้ายที่สุด คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า E85 จะหายไปเมื่อใด แต่คือรัฐและเอกชนจะ บริหารการเปลี่ยนผ่านพลังงาน อย่างไร ให้ไม่ทิ้งผู้ใช้เดิม และเดินหน้าไปสู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืนได้อย่างราบรื่น

 

TAGS: #ค่ายน้ำมัน #E85 #น้ำมัน