กรุงไทย ชี้ค่าเงินบาทพลิก อ่อนค่าทะลุ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ หลังตลาดคลายกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ปมเกาะกรีนแลนด์ กดดันราคาทองคำพักฐานต่อเนื่อง ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่ารับบรรยากาศ Risk-On ตลาดหุ้นสหรัฐฯ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (22 มกราคม 2026) ที่ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ ปรับตัว “อ่อนค่าลงหนัก” จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 31.09 บาทต่อดอลลาร์ โดยในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่องจนทะลุกรอบแนวต้านเดิมที่ 31.10 บาท และขึ้นไปทดสอบโซน 31.30 บาทต่อดอลลาร์
ส่องปัจจัยกดดัน: เมื่อทรัมป์ถอย (TACO Trade)
สาเหตุสำคัญมาจากบรรยากาศในตลาดการเงินที่กลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีท่าทีที่ผ่อนปรนลงในประเด็นการเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์ โดยระบุว่าจะไม่ใช้กำลังทางทหารและบรรลุกรอบข้อตกลงเบื้องต้นกับผู้นำ NATO แล้ว ส่งผลให้ความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปคลี่คลายลงชั่วคราว ภาพดังกล่าวสอดคล้องกับธีม "TACO" (Trump Always Chickens Out) หรือการที่ทรัมป์มักจะยอมถอยในจังหวะสุดท้าย
การผ่อนคลายนี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสินทรัพย์ต่างๆ ดังนี้:
ตลาดหุ้น: ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นกว่า +1% รับข่าวดี
ค่าเงินดอลลาร์: ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 98.8 จุด แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก
ราคาทองคำ: ถูกกดดันอย่างหนักจากแรงขายทำกำไรและการพักฐาน สู่ระดับ 4,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนมองว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ลดลง
แนวโน้มและกลยุทธ์: จับตาจุดเปลี่ยน 31.50 บาท
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่าบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways ถึงอ่อนค่า หากราคาทองคำยังคงพักฐานต่อเนื่องและลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อาจเห็นเงินบาทอ่อนค่าไปแตะระดับ 31.50 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าอาจเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากยังมีแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติช่วยพยุงอยู่ แนะนำให้ผู้ส่งออกรอจังหวะทยอยขายเงินดอลลาร์ในช่วงแนวต้าน 31.30-31.50 บาท ส่วนนักลงทุนในตลาดบอนด์ แนะนำกลยุทธ์ "Buy on Dip" เมื่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทะลุ 4.20%
ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อ
ในระยะ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดรอจับตาข้อมูลอัตราเงินเฟ้อ PCE และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ รวมถึงรายงานเงินเฟ้อ CPI ของญี่ปุ่นและการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันศุกร์นี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความผันผวนของค่าเงินเยนและตลาดบอนด์โลกได้
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.15-31.45 บาท/ดอลลาร์