กรุงไทย เผย เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่า ตามแรงหนุนราคาทองคำที่ทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ตลาดยังเผชิญความผันผวนจากแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และการเมืองญี่ปุ่น
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า โดยมองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ไว้ที่ 31.00 - 31.75 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาคือ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงขึ้น หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้านิรนามต่อเดนมาร์กและอีก 7 ประเทศในยุโรป โดยจะเริ่มเก็บที่อัตรา 10% ในเดือนกุมภาพันธ์ และอาจเพิ่มเป็น 25% ในเดือนมิถุนายน เพื่อกดดันให้เดนมาร์กยอมเจรจาขายเกาะ "กรีนแลนด์" ให้แก่สหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ และกลายเป็นแรงหนุนทางอ้อมให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นจากการขายทำกำไรทองคำ
ไฮไลท์สำคัญในฝั่งสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคือ การพิจารณาคดี Trump v. Cook โดยศาลสูงสุด (Supreme Court) ในวันที่ 21 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นการพิจารณากรณีประธานาธิบดีพยายามปลด Lisa Cook ออกจากตำแหน่งผู้ว่าการเฟด หากผลการอภิปรายชี้ไปในทางที่ลดทอนอำนาจอิสระของธนาคารกลาง อาจสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดการเงินอย่างหนัก นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI และรายงานเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของเฟดต่อไป
ในฝั่งเอเชียต้องจับตาประเด็นการเมืองญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด โดยคาดการณ์ว่านายกฯ ซานาเอะ ทาคาอิชิ อาจประกาศยุบสภาในวันที่ 23 มกราคม เพื่อจัดเลือกตั้งใหม่ในช่วงที่คะแนนนิยมพุ่งสูง ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาดว่าจะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินเยนและลามมาถึงความผันผวนของเงินบาท
คำแนะนำนักลงทุน: ในเชิงเทคนิคัล เงินบาทจะยังเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways จนกว่าจะทะลุแนวรับ 31.20 หรือแนวต้าน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ นักลงทุนควรระวังความผันผวนในช่วงวันหยุด Martin Luther King Jr. ของสหรัฐฯ ที่อาจทำให้ปริมาณการซื้อขายบางเบาและราคาเหวี่ยงแรงกว่าปกติ