เงินบาทพลิกแข็งค่าที่ 31.20 บาท/ดอลล่าร์หลังราคาทองคำปรับขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ดอลลาร์ยังแข็งจากภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาด นักลงทุนจับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ชี้ทิศทางดอกเบี้ยเฟด
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 31.27 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยหลักมาจากราคาทองคำ (XAUUSD) ที่พุ่งกลับสู่โซน 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง หลังได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรง โดยเฉพาะกรณีที่สหรัฐฯ อาจเข้าไปฟื้นฟูกิจการน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบโลก และทำให้ผู้เล่นในตลาดหันเข้าถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
สรุปภาวะตลาดการเงินโลก:
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ดัชนี S&P500 ปิดบวก +0.62% และ Nasdaq +0.65% จากแรงหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI และ Semiconductor แม้จะมีแรงขายในกลุ่มพลังงานและ Tesla บ้าง
ตลาดบอนด์: บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways บริเวณ 4.17% นักลงทุนรอผลข้อมูลการจ้างงานในสัปดาห์นี้
ค่าเงินดอลลาร์: ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวสูงขึ้นสู่โซน 98.6 จุด ตามสภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้น และการปรับสถานะก่อนรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ
ปัจจัยในประเทศและสิ่งที่ต้องจับตา: สำหรับปัจจัยในไทย คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) เดือนธันวาคมจะยังคงติดลบต่อเนื่องที่ -0.22% ขณะที่ฟันด์โฟลว์เริ่มเห็นแรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในตลาดบอนด์จากความกังวลเรื่องปริมาณบอนด์ระยะยาวที่จะออกมาในไตรมาสแรก
แนวโน้มค่าเงินบาท: กรุงไทยประเมินว่าเงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวแบบ Two-way Risk (ผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง) ขึ้นอยู่กับตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ หากออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด อาจทำให้ตลาดลดความคาดหวังเรื่องเฟดลดดอกเบี้ย และกดดันให้บาทกลับมาอ่อนค่าได้ นอกจากนี้ยังต้องระวังแรงขายทองคำหากมีการพักฐาน หรือการไล่ซื้อทองคำ (FOMO Buy) ที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางค่าเงิน
มองกรอบเงินบาทใน 24 ชั่วโมงข้างหน้า: 31.10 - 31.35 บาทต่อดอลลาร์