ธปท. ร่วมกับ วีซ่า ประเทศไทย เปิดผลวิจัยพฤติกรรมการชำระเงินนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบการใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์และบัตรเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ วีซ่า ประเทศไทย เปิดเผยรายงานวิจัย “Data-Driven Insights into Tourist Payment Behaviours” สะท้อนภาพชัดว่าประเทศไทยมีระบบการชำระเงินที่ทันสมัย ครอบคลุม และได้รับความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในวงกว้าง โดย “ดิจิทัลเพย์เมนต์” กำลังก้าวขึ้นเป็นทั้งเครื่องมือเชิงนโยบายและกลไกทางธุรกิจที่สำคัญต่อเศรษฐกิจท่องเที่ยว ตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงผู้ประกอบการรายย่อย
รายงานระบุว่า ปี 2024 การท่องเที่ยวระหว่างประเทศสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 1.7 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 9% ของ GDP ไทย โดยเกือบครึ่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวมาจาก 5 ตลาดหลัก ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และรัสเซีย ขณะที่โครงสร้างการใช้จ่ายกระจุกตัวในหมวดที่พัก (35%) และอาหารและเครื่องดื่ม (23%) ซึ่งล้วนต้องพึ่งพาระบบการชำระเงินที่รวดเร็วและปลอดภัย
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการเติบโตของการชำระเงินดิจิทัล โดยเฉพาะการใช้บัตรของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในปี 2024 มูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรแตะ 327,000 ล้านบาท จากกว่า 100 ล้านธุรกรรม สูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็น 20% ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมด และสูงกว่าช่วงก่อนโควิดอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อระบบการชำระเงินของไทย โดยเฉพาะในร้านค้าขนาดกลางและใหญ่
จุดแข็งของไทยคือโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับ ปัจจุบันมีเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) มากกว่า 900,000 เครื่อง และจุดรับชำระผ่าน QR Code กว่า 1 ล้านจุดทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เครื่อง EDC ยังคงกระจุกตัวในเขตเมือง โดยกรุงเทพฯ มีสัดส่วนถึง 37% ของทั้งหมด ส่งผลให้นักท่องเที่ยวยังเผชิญข้อจำกัดด้านการชำระเงินในพื้นที่นอกเมืองและร้านค้า SMEs ที่มีต้นทุนและค่าธรรมเนียมเป็นอุปสรรค
รายงานชี้ว่า โซลูชันใหม่อย่าง Scan to Pay และ Tap to Phone ซึ่งช่วยให้ผู้ค้ารายย่อยรับชำระเงินผ่านสมาร์ตโฟนโดยไม่ต้องลงทุนสูง จะเป็นกุญแจสำคัญในการขยายการเข้าถึงดิจิทัลเพย์เมนต์ทั่วประเทศ
ด้านพฤติกรรมผู้บริโภค นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเปลี่ยนจากเงินสดสู่ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แม้เงินสดยังครองสัดส่วน 78% ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมด แต่การใช้บัตรและ QR Code โดยเฉพาะแบบข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นชัดเจน อีกทั้งนักท่องเที่ยวเริ่มคุ้นเคยกับ “ไมโครเพย์เมนต์” ใช้บัตรจ่ายรายการต่ำกว่า 500 บาทมากขึ้นในร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีก
รายงานยังเผยอินไซต์เชิงลึกของนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศ เช่น
-
มาเลเซีย ใช้ดิจิทัลเพย์เมนต์สูงสุด 87% ใช้บัตรเพื่อชำระเงินอย่างเดียว และนิยมธุรกรรมมูลค่าต่ำ
-
เกาหลีใต้ พึ่งพาบัตรสูงถึง 95% แต่ยังถอนเงินสดต่อครั้งในมูลค่าสูง สะท้อนความจำเป็นของเงินสดในบางพื้นที่
-
อินเดีย ใช้บัตรกับค่าใช้จ่ายมูลค่าสูง เช่น ที่พักและช้อปปิ้ง แม้ยังมีการถอนเงินสดต่อครั้งในระดับสูง
สำหรับการชำระเงินผ่าน QR Code ข้ามพรมแดน ในปี 2024 มีมูลค่า 2,489 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย และลาว แม้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ช่วยเพิ่มความสะดวกและความคุ้นเคยให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศคู่ความร่วมมือ
ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์จากรายงานเน้นการผลักดัน SMEs เข้าสู่ระบบดิจิทัล ขยายจุดรับชำระเงินในแหล่งท่องเที่ยว และเร่งใช้เทคโนโลยีการชำระเงินขั้นสูงในภาคโรงแรม ค้าปลีก และบริการ โดยหัวใจสำคัญคือความร่วมมือระหว่างรัฐ สถาบันการเงิน และเอกชน เพื่อสร้างระบบนิเวศการชำระเงินที่ครอบคลุม ปลอดภัย และยั่งยืน
หากไทยสามารถต่อยอดจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยอาจก้าวจากการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม สู่การเป็น “ต้นแบบประเทศท่องเที่ยวดิจิทัล” ของโลกในอนาคตอันใกล้