กนอ.ชูวิสัยทัศน์ “One for All”ยกระดับองค์กรพลิกโฉมสู่กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยุคใหม่ สร้างเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์
จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รมช.อุตสาหกรรม เปิดเผยหลัง เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนาการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ครบรอบ 53 ปี ว่าแสดงความยินดีในโอกาสที่ กนอ. ดำเนินงานครบรอบ 53 ปี ชื่นชมบทบาทสำคัญของ กนอ. ตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ในฐานะกลไกหลักในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล
ทั้งนี้ได้มอบนโยบายเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กรอบการทำงาน “Quick Win 120 วัน” ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเน้นย้ำให้ กนอ. และหน่วยงานในสังกัด ทำงานด้วยความโปร่งใสและพร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง
สำหรับบทบาทของ กนอ. ในยุคใหม่ต้องเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้าง “อุตสาหกรรมพึ่งพาได้” โดยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่จัดตั้งหรือบริหารพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่เป็น “เพื่อนบ้านที่ดี” ที่อยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเกื้อกูล สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และสานต่อแนวคิด “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” (Eco-Industrial Town) เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นรากฐานของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
ด้านนายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ กนอ. ได้ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของไทย ปัจจุบัน กนอ. ดูแลนิคมอุตสาหกรรม 81 แห่ง และ 1 ท่าเรือ ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 2 แสนไร่ใน 17 จังหวัด มีโรงงานมาตรฐานกว่า 5,471 แห่ง เม็ดเงินลงทุนสะสมกว่า 15.21 ล้านล้านบาท และจ้างงานกว่า 1 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics), ห่วงโซ่อุปทานที่เปลี่ยนทิศ (Value Chain Shift), และการเข้าสู่ยุคดิจิทัล ( Digital Transformation ) กนอ. จึงต้องปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่เพื่อก้าวสู่ทศวรรษใหม่ภายใต้แนวคิด “One for All” โดยมุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน
“กนอ. ในยุคใหม่จะไม่ใช่เพียงคนขายที่ดิน แต่เราคือกลไกหลักที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน เราจะเป็น Platform ที่เชื่อมโยงนวัตกรรม เทคโนโลยี และการศึกษา เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ แม้ กนอ. อาจไม่ใช่หน่วยงานที่ใหญ่ที่สุด แต่เรามุ่งมั่นที่จะเป็นก้าวเล็กๆ ที่สำคัญและมั่นคงของภาคอุตสาหกรรมไทยในอนาคต”