วัฒนธรรมต่างกัน วิธีออมก็ต่างกัน มาดู 3 แนวคิดการเงินระดับโลกที่ช่วยสร้างวินัยและความมั่นคงทางการเงิน
SCBXNextTech ได้ออกมาแชร์เทคนิกการออมเงิน 3 รูปแบบ 3 สไตล์ของคน 3 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น ยิว(อิสลาเอล) และจีน เพราะการเก็บเงินของคนแต่ละประเทศสะท้อนถึงวัฒนธรรม ค่านิยม และสภาพเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ ซึ่งมาจากรากและวิธีคิดที่แตกต่างกันออกไป มาดูวิธีเก็บเงินและบริหารเงินของคนแต่ละประเทศเพื่อนำไปปรับให้เป็นสไตล์ตัวเองกัน
1. สไตล์การเก็บเงินแบบญี่ปุ่น Kakeibo (คะ-เคะ-โบะ)
เป็นแนวคิดที่เน้นการบริหารจัดการชีวิตประจำวันและการใช้จ่ายอย่างมีสติ
เป้าหมายในการออม
ใช้ชีวิตอย่างมีสติ, ออมเพื่อเป้าหมายระยะสั้น
วิธีการจัดการเงิน
บันทึกรายรับ-รายจ่ายด้วยมือ, แยกค่าใช้จ่าย 4 หมวด คือ
1. หมวดความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าอาหาร
2. หมวดความต้องการ เช่น ค่าช็อปปิ้ง ค่าเสื้อผ้า
3. หมวดวัฒนธรรม เช่น ค่าหนังสือ ค่าคอนเสิร์ต
4. หมวดพิเศษ เช่น ค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน
ข้อดี
ควบคุมการใช้จ่ายได้ทันที, ลดความฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น, สร้างวินัยทางการเงิน
2. สไตล์การเก็บเงินแบบยิว (อิสราเอล) ปรัชญาการเงิน 3 ส่วน
เป็นแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงระยะยาวควบคู่กับการตอบแทนสังคม
เป้าหมายในการออม
สร้างความมั่นคงระยะยาว, การแบ่งปัน (Tzedakah), การลงทุนในความรู้
วิธีการจัดการเงิน
แบ่งทรัพย์สินเป็น 3 ส่วน คือ
1. ใช้จ่าย ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายประจำวันและเงินสำรองฉุกเฉิน
2. ลงทุนในทรัพย์ ใช้สำหรับการลงทุนระยะยาวที่มีแนวโน้มเติบโตและสร้างความมั่นคง
3.เงินทุนหมุนเวียน/ธุรกิจ ใช้สำหรับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูง
และแบ่ง 10% เพื่อบริจาค ที่เรียกว่าหลักการ "Tzedakah" เพื่อคืนกำไรบางส่วนสู่สังคม
ข้อดี
สร้างพอร์ตการลงทุนที่สมดุล, มีความพร้อมทางการเงินทั้งระยะสั้นและระยะยาว, รับผิดชอบต่อสังคม
3. สไตล์การเก็บเงินแบบจีน ประหยัด อดทน และลงทุนเก่ง
เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่งคั่งให้ทั้งครอบครัวและการวางแผนเกษียณอายุอย่างรอบคอบ
เป้าหมายในการออม
สร้างความมั่งคั่งให้ครอบครัว, ออมเพื่อการลงทุน, ความมั่นคงหลังเกษียณ
วิธีการจัดการเงิน
1. ประหยัดอย่างเข้มงวด คนจีนให้ความสำคัญกับการออมเป็นอันดับแรกก่อนการใช้จ่ายใด ๆ
2. อดทน ยอมทนต่อความอยากใช้จ่าย เพื่อรอรับผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต
3. ลงทุนในภาวะฉุกเฉิน รอโอกาสในการลงทุนในจังหวะที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเกิดวิกฤต หรือภาวะที่สินทรัพย์มีราคาถูกลงอย่างมาก
ข้อดี
สร้างความมั่งคั่งให้ครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว, มีเงินก้อนใหญ่เพื่อลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง, รากฐานการเงินมั่นคง
การเก็บเงินทั้ง 3 สไตล์มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป คนญี่ปุ่นเน้นวินัยการใช้จ่ายอย่างมีสติด้วย Kakeibo คนยิวเน้นการจัดสรรเงินเป็น 3 ส่วนเพื่อความมั่นคงระยะยาวและการแบ่งปัน ส่วนคนจีนเน้นการประหยัดอดทนเพื่อสร้างความมั่งคั่งและรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่ครอบครัว ซึ่งเราสามารถนำวิธีการเก็บเงินเหล่านี้มาปรับใช้ได้ ไม่เป็นจำเป็นต้องยึดสไตล์ไหนเป็นหลักแต่ผสมผสานข้อดีของแต่ละสไตล์บวกกับสไตล์การเก็บเงินของคุณเอง เท่านี้เราก็จะมีหลักในการเก็บออมเงินแล้ว
แล้วคุณล่ะ มีสไตล์การเก็บเงินแบบไหน มาแชร์กันหน่อย
