ผลสำรวจ THA เดือนตุลาคม 2568 ชี้อัตราเข้าพักเพิ่มขึ้นแต่ตลาดต่างชาติยังซบโดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้หันเที่ยวญี่ปุ่น-เวียดนามแทนขณะที่ยุโรป-รัสเซียเริ่มฟื้นตัวผู้ประกอบการคาดรัฐช่วยกระตุ้นท่องเที่ยว
สมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม (Hotel Business Operator Sentiment Index) เดือนตุลาคม 2568 จากผู้ประกอบการที่พัก 126 แห่งทั่วประเทศ พบว่าแม้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือนตุลาคมอยู่ที่ 63% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 4/2568 ยังมีแนวโน้ม ชะลอตัว
รายงานระบุว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่ม ระยะใกล้ (Short-Haul) โดยเฉพาะจาก จีนและเกาหลีใต้ ยังคงลดลงต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากปัจจัยด้านภาพลักษณ์ความปลอดภัยในไทย ปัญหาค่าโดยสารไม่เป็นธรรม รวมถึง ประเทศคู่แข่งอย่างญี่ปุ่นและเวียดนาม ที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและน่าดึงดูดกว่า
ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยว ระยะไกล (Long-Haul) คาดว่าจำนวนใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากยังเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในประเทศต้นทาง อย่างไรก็ตาม โรงแรมใน ภาคใต้และภาคตะวันออก ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจาก ยุโรปและรัสเซีย จะเพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซั่นนี้
สมาคมโรงแรมไทยยังคาดหวังว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของรัฐบาล เช่น
-
มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและจัดสัมมนาภายในประเทศ
-
มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบฝึกอบรม ประชุม สัมมนาของภาครัฐ (Front Load)
-
มาตรการขยายเวลาลดภาษีกิจการบันเทิง
-
มาตรการปรับปรุงโรงแรมและโครงการ “เที่ยวดี มีคืน”
จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ทำให้บรรยากาศท่องเที่ยวคึกคักมากขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีนี้ โดยคาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือนพฤศจิกายนจะเพิ่มขึ้นเป็น 67%
ทั้งนี้ สมาคมโรงแรมไทยเสนอให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับโครงสร้างนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่ม นักท่องเที่ยวเดินทางอิสระ (FIT) และ แบ็กแพ็กเกอร์ รวมถึงควรให้ความสำคัญกับ การพัฒนาเนื้อหาออนไลน์ เพื่อสร้างความมั่นใจและให้ข้อมูลการท่องเที่ยวอย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความประทับใจและโอกาสในการกลับมาเที่ยวซ้ำในอนาคต